20 ปีที่ผ่านมาเทคโนโลยีทางด้านการบินทางทหารพัฒนารุดหน้าไปมาก เมื่อมองดูความสามารถของ F-16A/B ทั้ง 59 ลำอาจจะไม่เพียงพอที่จะรับมือกับเครื่องบินที่ทันสมัยกว่า แต่การจัดหาเครื่องบินใหม่ก็ต้องใช้งบประมาณที่สูงมาก ดังนั้นกองทัพอากาศจึงมีโครงการปรับปรุง F-16 ที่ประจำการอยู่ โดยเราเรียกว่าการปรับปรุงช่วงครึ่งอายุ หรือ Mid-Life Upgrade (MLU) ซึ่งจะเป็นการปรับปรุงระบบอิเล็กทรอนิคต่าง ๆ ให้สามารถใช้งานอาวุธรุ่นใหม่ ๆ ที่สมัยได้ นอกจากนั้นยังได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างของเครื่องบินในโครงการ Falcon Up และ Falcon Star เพื่อยืดอายุการใช้งานออกไป (ได้อีกประมาณ 10 ปี) โดยกองทัพอากาศวางแผนที่จะปลดประจำการ F-16 ลำสุดท้ายในปี 2583 

แม้จะประจำการในกองทัพอากาศไทยมากว่า 40 ปี  เครื่องบินรบแบบ F-16 A/B หรือ บข.19 นามเรียกขานตามแบบของกองทัพอากาศ ยังคงเป็นกำลังหลักในการปฏิบัติภารกิจคุ้มครองน่านฟ้าในปัจจุบัน  ในฝูงบินรบหลัก คือ ฝูงบิน 103 และฝูงบิน 403  ตลอดเวลาที่ผ่านมา....เครื่องบินรบ F-16 A/B  บินปฏิบัติภารกิจการป้องปราม สกัดกั้นและภารกิจพิเศษมาโดยตลอด และในความขัดแย้งด้านพรมแดนกับประเทศกัมพูชา ที่เกิดขึ้น การรบเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ กลายเป็นเวทีให้ F-16 A/B ได้แสดงแสนยานุภาพ ทั้งการครองอากาศ และการโจมตีสนับสนุนการรบภาคพื้นดิน อย่างเต็มประสิทธิภาพ สร้างจุดเปลี่ยนทางการรบด้วยการทำลายเป้าหมายทางการทหารอย่างหนักหน่วง แม่นยำ ทำลายขวัญและกำลังใจของข้าศึกได้อย่างเต็มรูปแบบ 

...

ด้วยวิสัยทัศน์ในการจัดหาระบบอาวุธที่มีความทันสมัย และทำการปรับปรุงตามระยะห้วงเวลา พร้อมกับการฝึกฝนให้กำลังพลและนักบินมีความพร้อมในการปฏิบัติงานการรบทางอากาศมาอย่างต่อเนื่อง คือปัจจัยหลักของการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการยุทธบดินทร์ ต่อด้วย "ยุทธการศตวรรษ" (Operation Century) เป็นชื่อปฏิบัติการทางทหารที่กองทัพบกไทยประกาศใช้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2568 เพื่อสดุดีและเป็นเกียรติแก่ จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต ซึ่งเป็นทหารไทยนายแรกที่เสียสละชีวิตจากการปะทะกับทหารกัมพูชาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 F-16 สามารถปกป้องอธิปไตยของประเทศ เข้าโจมตีเป้าหมายทางทหารของข้าศึกอย่างรุนแรงและเฉียบขาด  พิสูจน์ให้เห็นว่ากองทัพอากาศไทย มีขีดความสามารถในการรบได้อย่างเต็มรูปแบบ  และ พร้อมเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรูปแบบต่างๆด้วยความเท่าทันในเทคโนโลยีการรบทางทางอากาศยุคใหม่ ในฐานะ The Unbeatable Air Force

พล.อ.อ.ประพันธ์ ธูปะเตมีย์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ  ตัดสินใจจัดหา F-16 ฝูงบินแรกเข้าประจำการทามกลางอุปสรรคมากมายทั้งการเมืองและกับสหรัฐฯ ที่หวังจะขาย F-16 เครื่องยนต์สมรรถนะต่ำ แต่ด้วยปัญญา ความอดทนความมุ่งมั่นและชาญฉลาด ทอ.จึงได้ F-16 ตามสเปคต้องการทุกประการ นักบินที่ไปฝึกบินที่สหรัฐฯชุดแรกเป็น ผบ.ทอ. ๒ ท่าน คือ พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ฝูงบินคนแรก และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ทั้งสองท่านเคยดำรงค์ตำแหน่ง ผู้บัญชาการ กองทัพอากาศ

F-16B  ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ของ ทอ. ไทย ติดตั้งเรดาร์ AN/APG-68(V)9 สามารถตรวจจับได้ไกลกว่าเดิม 2 เท่า,มีระบบพิสูจน์ฝ่ายแบบใหม่,มีระบบการจัดการสงครามอิเล็คทรอนิคแบบบูรณาการ,ติดตั้งระบบ LINK 16,ระบบ JHMCH ติดตั้งกับหมวกบิน....ทำให้ F-16A/B ฝูงบิน 403 สามารถติดตั้งอาวุธที่ทันสมัยเช่น IRIS-T,AIM-120,ลูกระเบิด JDAM และอื่นๆ...  

...

F-16 ADF นับเป็นเครื่องบินแบบแรกของกองทัพอากาศที่มีความสามารถในการใช้อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศระยะกลาง มีความสามารถในการโจมตีข้าศึกตั้งแต่ระยะเกินสายตา (Beyond Visual Range) โดยกองทัพอากาศจัดหา AIM-120 AMRAAM มาติดตั้งใช้เงินกับ F-16ADF ปัจจุบัน F-16ADF ประจำการอยู่ที่ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช...ปี 2547 กองทัพอากาศสิงคโปร์ได้มอบ F-16A/B Block 15OCU จำนวน 7 ลำ (F-16A 3 ลำ และ F-16B 4 ลำ)ให้กับกองทัพอากาศไทย เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการที่กองทัพอากาศไทยอนุญาตให้กองทัพอากาศสิงคโปร์ใช้พื้นที่การฝึกในประเทศไทยได้ โดยทั้งหมดเป็น F-16 จากโครงการ Peace Carvin I ของสิงคโปร์

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีเครื่องบินขับไล่แบบF16 ประจำการอยู่ในฝูงบินต่างๆทั่วประเทศถึง 3 ฝูงด้วยกันคือ
1-ฝูงบิน 403 กองบิน 4 อำเภอตาคลี ใช้แพนหางเป็นสัญลักษณ์รูปงูจงอาง
2-ฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปสายฟ้า
3-ฝูงบิน 102 กองบิน 1 โคราช ใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดาว

...

อาวุธยุโธปกรณ์ที่ติดตั้งบนเครื่องขับไล่ F-16 ที่ครั้งหนึ่ง เคยได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบินรบที่มีความทันสมัยมากที่สุดและทำการบินด้วยระบบอีเล็คโทรนิกส์ ซึ่งอาวุธดังกล่าวมีใช้งานในกองทัพอากาศไทยด้วยเช่น
-อาวุธนำวิถีอากาศ สู่อากาศ AIM-9M Sidewinder ใช้ต่อต้านอากาศยานที่บินในระยะใกล้ ใช้การนำวิถีด้วยความร้อนหรืออินฟาเรด
-อาวุธนำวิถีอากาศสู่พื้น AGB-65 Maverick ใช้โจมตีรถถัง ยานรบหุ้มเกราะ และเป้าหมายอื่น ๆเช่น บังเกอร์ หรืออาคารบัญชาการของฝ่ายตรงข้าม
-จรวดต่อต้านอากาศยาน AIM-120C AMRAAM ใช้สำหรับต่อสู้อากาศยานในระยะปานกลาง นำวิถีด้วยเรดาห์

...

F-16 MLU ถือเป็น F-16 ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดของ ทอ. ไทย หลังจากการปรับปรุงตามมาตรฐาน eMLU ด้วยการติดตั้งเรดาร์ AN/APG-66(V)9 ระบบ Datalink แบบ Link-16 และกระเปาะชี้เป้าแบบ Spiner ATP โดยเป็น F-16A/B ในฝูงบิน 403 ที่เหลือจำนวน 17 ลำ จาก 18 ลำ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุตกไป 1 ลำ และรวมกับเครื่องที่รับโอนมาจากฝูง 103 อีก 1 ลำ

เครื่องบินรบ F-16 MLU รุ่นนี้ คือการปรับปรุงขีดความสามารถ จาก F16 ให้มีสมรรถนะสูงขึ้น รองรับขีปนาวุธรุ่นใหม่ เช่น อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศ ต่อต้านอากาศยาน Python อาวุธปล่อยทำลายเรือผิวน้ำ Harpoon รวมถึงอาวุธปล่อยอากาศสู่พื้น Maverick ติดตั้งระบบยิงไกลเกินสายตา (เนื่องจาก F-16 รุ่นแรกๆ ออกแบบให้ทำการรบในระยะสายตาของนักบิน) ติดตั้งระบบเรดาร์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับเป้าหมาย เพิ่มความสามารถในการปฏิบัติภารกิจในเวลากลางคืน มีการติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ส่งผลให้นักบินและหน่วยบัญชาการและควบคุม สามารถทำการรบได้แบบเรียลไทม์ โครงสร้างของ F-16 ออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นเครื่องบินรบที่สามารถเลี้ยวด้วยแรงจีที่สูงมาก สร้างแรงโน้มถ่วงขณะบินได้ถึง 9g ทำให้เลี้ยวมุมแคบได้อย่างคล่องแคล่ว กลายข้อได้เปรียบในการต่อสู้ระยะประชิด มีเพดานบินสูงสุด 50,000 ฟุต หรือ 15 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 2,121 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยบินไกลสุดอยู่ที่ 4,217 กิโลเมตร

จากข้อมูลของ เพจ thaiarmedforce.com

 1. ปัจจุบัน ไทยมีเครื่อง F-16 อยู่ประมาณ 60 ลำ ประจำการใน 2 ฝูงบิน คือฝูงบิน 403 กองบิน 4 ตาคลี และฝูงบิน 103 กองบิน 1 โคราช (ส่วน ฝูง 102 กองบิน 1 ปลดประจำการไปแล้ว)

2. ฝูงบิน 103 มีทั้งเป็น F-16 A/B รุ่น Block 15OCU ที่เก่าแล้ว มีการปรับปรุงยืดอายุโครงสร้าง แต่ไม่ได้ปรับปรุงระบบ Avionic อิเล็กทรอนิกส์การบิน 

- และมีที่เป็น F-16 A/B รุ่น ADF (Air Defense Fighter) ซึ่งเป็นเครื่องบินมือสองจากสหรัฐอเมริกา ปรับปรุงมาจาก 15OCU ให้ใช้ AIM-120 AMRAAM ได้  แต่มีข้อจำกัดคือไม่มีกระเปาะชี้เป้า

- F-16 ฝูงนี้ กำลังจะปลดประจำการ เปลี่ยนมาใช้งาน Gripen E/F ที่กำลังจัดหาใหม่จำนวน 12 ลำ

3.  ฝูงบิน 403 เป็น F-16A/B รุ่น Block 15OCU แต่อายุการใช้งานยังเหลือพอสมควร มีการปรับปรุงช่วงครึ่งอายุ ภายใต้แผนแบบ eMLU (enhance Mid-Life Upgrade) ตั้งแต่ปี 2554 เสร็จสิ้นในปี 2560 

การปรับปรุงคือ

ติดตั้งเรดาร์ APG-68(V)9 แทนเรดาร์เดิม ขีดความสามารถสูงขึ้น

ติดตั้งระบบพิสูจน์ฝ่าย APX-113 Combined Interrogator and Transponder รองรับการพิสูจน์ฝ่าย ในการใช้งานจรวด ระยะเกินสายตา

ติดตั้งระบบ ALQ-213 Electronic Warfare Management System สำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์ ทดแทนของเดิม

ติดตั้งระบบ ALE-47 Countermeasures Dispenser System สำหรับปล่อยเป้าลวงจรวด

และมีการจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม เช่น กระเปาะชี้เป้า Sniper ATP , หมวกบินติดศูนย์เล็ง JHMCS HMD , จรวดอากาศสู่อากาศพิสัยใกล้ IRIS-T , ระบบ Datalink แบบ Link-16

แม้เครื่องยนต์จะตัวเดิม แต่เมื่อทำการปรับปรุงอัพเกรดแล้ว ทำให้มีขีดความสามารถใกล้เคียงกับ F-16 C/B Block 50 (รุ่นสุดท้ายของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ) แต่ยังต่ำกว่า F-16 C/D ของกองทัพอากาศสิงคโปร์

สรุป
F-16 ถูกพัฒนาขึ้นตามทฤษฎีความคล่องแคล่วทางพลังงาน (Energy Maneuverability Theory) โดยมีเป้าหมายเป็นเครื่องบินขับไล่น้ำหนักเบาที่สามารถเร่งความเร็วและเลี้ยวได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากนำ F-16 ไปรบกับเครื่องบินรบที่ใหญ่กว่า เปรียบได้นักมวยน้ำหนักเบา ที่พร้อมต่อสู้กับนักมวยน้ำหนักมาก เครื่องบินรบรุ่นนี้มีความเร็วสูงสุดถึง 2 มัค หรือ 1,353 ไมล์ต่อชั่วโมง (2,124 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ที่ระดับความสูง 40,000 ฟุต มีเพดานบินปฏิบัติการที่ 50,000 ฟุต

และที่สำคัญเครื่องบิน F-16 สามารถทำแรง 9G ได้อย่างสม่ำเสมอ F-16 มีน้ำหนักเปล่าไม่ถึง 20,000 ปอนด์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เป็นเครื่องบินขับไล่ที่มีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินที่ประจำการในปัจจุบัน

บนท้องฟ้าที่กำลังก้าวสู่สงครามสมัยใหม่ F-16 ถูกออกแบบมาเพื่อความเป็นเลิศในการสู้รบระยะประชิด (Dogfight) ซึ่งเน้นความคล่องตัวสูง มีการวางคันบังคับไว้ที่ด้านขวาพร้อมที่พักแขน ช่วยให้นักบินออกแรงน้อยลงและบินได้สบายขึ้นภายใต้สภาวะแรง G สูงจากการเลี้ยววงแคบ

มีระบบควบคุมการบินด้วยไฟฟ้า กล่าวคือ F-16 เป็นเครื่องบินรบแบบแรกของโลกที่ใช้ระบบ FBW หรือ Fly By Wire อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเครื่องบินถูกออกแบบให้มีอากาศพลศาสตร์ที่ไม่เสถียรโดยธรรมชาติเล็กน้อย (Flexible Static Stability) เพื่อให้ตอบสนองต่อการควบคุมได้อย่างรวดเร็ว ระบบคอมพิวเตอร์จึงต้องคอยควบคุมเสถียรภาพโดยปรับชิ้นส่วนควบคุมการบิน (พื้นบังคับ) ถึง 300 ครั้งต่อวินาที เพื่อไม่ให้เครื่องบินเสียการทรงตัว

เครื่องบิน F-16 มีคอมพิวเตอร์หลัก 6 เครื่อง ประกอบด้วย คอมพิวเตอร์ควบคุมการบิน 4 เครื่องที่ทำงานพร้อมกันเพื่อความซ้ำซ้อน คอมพิวเตอร์ควบคุมภารกิจ (Mission Control Computer),และคอมพิวเตอร์ควบคุมการยิง (Fire Control Computer) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการใช้อาวุธทั้งหมด

ในส่วนของโครงสร้างและวัสดุ เครื่องบิน F-16 สร้างจากวัสดุผสม 3-4 ชนิด ได้แก่ ไทเทเนียม เป็นส่วนที่ต้องการความเบา คาร์บอนไฟเบอร์/คอมโพสิต นำไปทำส่วนปีกและหาง อะลูมิเนียมนำไปทำโครงสร้างภายในและเหล็กกล้าทำไว้สำหรับส่วนที่รับน้ำหนักมาก เช่น Landing Gear
ตัวเครื่องเปล่ามีน้ำหนักประมาณ 9 ตันกว่า และสามารถหนักถึง 10 กว่าตันเมื่อบรรทุกอาวุธและน้ำมันเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ยางล้อของ F-16 จึงต้องรับแรงดันสูงมาก โดยล้อหน้าเติม 275 PSI และล้อหลังเติม 325 PSI
สำหรับปริมาณเชื้อเพลิง F-16 บรรทุกเชื้อเพลิงได้รวมกว่า 5 ตัน ทั้งใต้ลำตัว 1 ถังและถังสำรองใต้ปีก 2 ถัง รวมเป็น 3 ถัง สำหรับภารกิจบินเพียง 1 ชั่วโมงกว่า
ในเรื่องการติดตั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ F-16 ติดตั้งปืนกลแบบลำกล้องหมุน (Rotary Cannon) ภายในลำตัวฝั่งซ้าย มีจุดติดตั้งอาวุธที่ปลายปีก 2 จุด และใต้ปีกอีก 6 จุด สามารถบรรทุกขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้นผิวหรืออากาศสู่อากาศได้

F-16 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องบินขับไล่สกัดกั้นที่คล่องตัวที่สุดบนท้องฟ้า แต่ยังถูกพัฒนาขีดความสามารถอย่างต่อเนื่องผ่านการปรับปรุงใหญ่ (Mid-Life Upgrade - MLU) และการจัดหาอาวุธนำวิถีที่ทันสมัย เพื่อให้ยังคงเป็นเครื่องมือป้องปรามที่สำคัญในภูมิภาค การพัฒนาเหล่านี้ได้ยกระดับ F-16 จากเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4 สู่ระดับเทียบเท่ายุค 4.5 ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในด้านการรบประชิด และการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินด้วยความแม่นยำสูง

อายุการใช้งานของเครื่องบิน F-16 ขึ้นอยู่กับอายุการใช้งานของโครงสร้าง (ชั่วโมงบินหรือรอบการบิน) การปรับปรุง การบำรุงรักษา และนโยบายของแต่ละประเทศ ข้อจำกัดและแนวทางปฏิบัติทั่วไป มีดังนี้:

อายุการใช้งานของโครงสร้าง: เดิมได้รับการรับรองไว้ที่ประมาณ 8,000 ชั่วโมงบิน (หรือประมาณ 8,000 ชั่วโมงบินเทียบเท่า — EFH) สำหรับรุ่นแรกๆ การจัดการความล้าของโครงสร้างในปัจจุบันใช้รอบการบิน การวิเคราะห์ความทนทานต่อความเสียหาย และการตรวจสอบ แทนที่จะกำหนดขีดจำกัดไว้ที่ชั่วโมงบินเพียงอย่างเดียว

 การดัดแปลงโครงสร้าง (เปลี่ยนกล่องปีก ใช้คานเสริมแรง) จากโปรแกรมการยืดอายุการใช้งาน และระบอบการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้อายุการใช้งานของโครงสร้างเครื่องบิน F-16 เพิ่มขึ้นเป็น 12,000–15,000 ชั่วโมงบินสำหรับกองทัพอากาศหลายประเทศที่มีการอัพเกรด

อายุการใช้งาน สามารถใช้งานได้ต่อไปอีก 30–40 ปี ขึ้นไป หากมีการยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างเครื่องบิน ปรับปรุงระบบ และได้รับการสนับสนุนด้านการบำรุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

กองทัพอากาศสหรัฐฯ  เครื่องบิน F-16 ที่เริ่มใช้งานครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 ยังคงใช้งานได้อยู่ โครงการและการอัพเกรดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำให้เครื่องบินหลายลำยังคงใช้งานได้นานกว่า 30 ปี เครื่องบิน F-16 บางลำของกองทัพอากาศ ถูกปลดประจำการหลังจากใช้งานประมาณ 25-35 ปี ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในการบริหารจัดการฝูงบิน

การอัพเกรดและการยืดอายุการใช้งาน: โครงการต่างๆ เช่น โครงการยืดอายุการใช้งาน (SLEP) การทดสอบความล้าแบบเต็มรูปแบบ ส่วนประกอบปีก/ลำตัวใหม่ และการเสริมความแข็งแรงของโครงสร้าง  จะเพิ่มอายุการใช้งานที่คาดการณ์ไว้เป็นประมาณ 12,000-15,000 ชั่วโมงบิน ทำให้สามารถใช้งานได้นาน 30-40 ปีขึ้นไป

 กองทัพอากาศหลายแห่งยังคงใช้งานฝูงบิน F-16 มานานกว่า 30-40 ปี ด้วยการอัพเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์และโครงสร้าง (เช่น เปลี่ยนชุดระบบอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงกลางของอายุการใช้งาน พร้อมการซ่อมแซมโครงสร้าง) ในขณะที่กองทัพอากาศบางประเทศปลดประจำการเร็ว เนื่องจากงบประมาณในการซ่อมบำรุง หรือจัดหาเครื่องบินแบบใหม่มาทดแทน

 ลักษณะการบิน : การปฏิบัติการรบที่มีแรง G สูงและอัตราการบินสูงจะทำให้โครงสร้างล้าเร็วขึ้น ในขณะที่การบินฝึกส่งผลกระทบกับโครงสร้างน้อยกว่า

ความเข้มงวดในการบำรุงรักษาและการตรวจสอบ: การตรวจสอบโครงสร้าง  และกำจัดการกัดกร่อน ช่วยยืดอายุการใช้งาน

ความพร้อมในการอัปเกรด: การอัปเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน เรดาร์ เครื่องยนต์ใหม่ และโครงสร้างหลักจะช่วยรักษาความสามารถในการรบ เมื่อไม่สามารถอัปเกรดปรับปรุงเครื่องเก่าได้ ก็นำไปสู่การปลดประจำการก่อนระยะเวลากำหนด

อะไหล่ : การบำรุงรักษาในระยะยาวต้องใช้อะไหล่ โรงซ่อมบำรุงที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับการอัพเกรด รวมถึงการสนับสนุนชิ้นส่วนอะไหล่จากซัพพลายเออร์ผู้ผลิต

 Credit บทความและภาพประกอบ
กองทัพอากาศไทย
นายพลห้าดาว https://pantip.com/topic/43908517
Sukasom Hiranphan
Military Weapons อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร
หลายเรื่องเล่า เท่าที่ผมรู้
สรศักดิ์ สุบงกช ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ
Pacharat Pek
GORDOS DEFENSA
Thai Weapon Channel
Tharit Lohapiyaphan
WHUTCHANUNT PUTCHARINYA
Daren Rose
Hans Rolink

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]   
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358