ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ประกาศมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด หลังจากที่มีการพบโดรนบินในพื้นที่ใกล้สนามบินถึง 2 คืนติดต่อกัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยในการเดินทางอากาศเป็นอย่างมาก

นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า หลังจากมีการแจ้งเหตุได้มีการประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานเพื่อให้เข้าตรวจสอบทันที โดยพบว่าโดรนที่บินในพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีการบินในทิศตะวันออกของสนามบินในช่วงเวลาประมาณ 19.00–21.00 น. โดยการบินจะมีจำนวน 1–2 ลำต่อครั้ง

นายกิตติพงศ์ยังได้กล่าวถึงบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนการบินโดรนในเขตสนามบินว่า ถือเป็นการกระทำผิดร้ายแรงซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้อนุมัติให้ดำเนินการจัดหาอุปกรณ์ตรวจจับและต่อต้านโดรน (Anti-drone) ที่มีความทันสมัยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งจุดตรวจค้นรอบสนามบินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยมีการตรวจสอบบุคคล ยานพาหนะ และสถานที่ที่น่าสงสัยอย่างเข้มงวด

ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงได้ยืนยันกรณีที่มีการพบโดรนตกในพื้นที่บางกงว่าเป็นเพียงโดรนของเล่นเด็กและไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแต่อย่างใด