ประธาน กกต. ตรวจเยี่ยมการอบรม กปน.ประจำหน่วยเลือกตั้ง จ.ฉะเชิงเทรา กำชับเข้มพื้นที่แข่งขันสูง ป้องปรามซื้อเสียงให้เป็นศูนย์
เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 28 มกราคม 2569 นายณรงค์ กลิ่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการออกเสียงประชามติ ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งมอบนโยบายแก่ผู้ตรวจการเลือกตั้ง และชุดเคลื่อนที่เร็วของจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม


...
นายณรงค์กล่าวทักทายผู้เข้ารับการอบรม การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ รวมทั้งมีการทำประชามติร่วมด้วย คิดว่าทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันเพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งที่เรียบร้อย ทาง กกต. เองออกตรวจพื้นที่ตามสภาพความเป็นจริง ในส่วนของผู้อบรมมีความสำคัญในการเลือกตั้ง หากไม่มีผู้ที่มาร่วมอบรมไม่สามารถเลือกตั้งได้ โดยบุคลากรของ กกต. เองมีไม่เพียงพออยู่แล้ว เราเลือกตั้งเพื่อประเทศเพื่อจังหวัด เพราะฉะนั้นทุกท่านมีความสำคัญ ทราบว่าบางท่านเคยเป็น กกต. อยู่แล้ว บางท่านก็เพิ่งเข้ามาใหม่ซึ่งทาง กกต. เองมีแนวทางในการจัดอบรมเพื่อให้ทุกท่านทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบไม่มีข้อบกพร่อง ฝากหากมีข้อขัดข้องตรงไหนสามารถที่จะสอบถามผอ. หรือผู้ที่เป็นประธาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ชี้แจงให้ทราบบางเรื่องหากเป็นข้อผิดพลาดเล็กน้อยก็มาร้องเรียน กปน. นอกจากนี้ยังต้องขอขอบคุณทั้งกรมการปกครองและตำรวจที่มาช่วยจัดการเลือกตั้ง การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากเลือกตั้ง ส.ส. เรื่องการทำประชามติ ซึ่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ ฝากดูแนวทางในการออกเสียงเลือกตั้ง อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้มาใช้สิทธิ พยายามแนะนำก่อนที่จะถึงวันจริง และพยายามอบรมให้เข้าใจรวมทั้งขั้นตอนต่างๆ


นายณรงค์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนเข้ารับฟังรายงานผลการจัดการเลือกตั้ง พร้อมสรุปแนวทางการดำเนินงานการเลือกตั้ง ร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้สื่อข่าวถามถึงการกำชับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดฉะเชิงเทราเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง โดยนายณรงค์ ระบุว่า ได้กำชับในทุกพื้นที่ในเรื่องของการป้องปรามเพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าได้ให้นโยบายกับผู้ตรวจการและหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการหาข่าวความผิดปกติของแต่ละพื้นที่ รวมถึงการตั้งจุดสกัดในบางพื้นที่ ที่สังคมกังวลถึงการกระทบสิทธิประชาชน ทาง กกต. พยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ การซื้อสิทธิขายเสียงเกิดขึ้นน้อยที่สุดหรือไม่เกิดขึ้นเลย ได้มีการใช้มาตรการในการลงพื้นที่ การตั้งด่าน แม้ว่าจะกระทบสิทธิของประชาชนแต่อยากให้ประชาชนเข้าใจ เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์และยุติธรรม

ส่วนเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ที่ประชาชนสะท้อนว่า มีแต่ประชาชนที่เห็น แต่ กกต. ไม่เคยเห็น นายณรงค์ ระบุว่า หากทราบเบาะแส ขอให้แจ้งทาง กกต. เพื่อให้ดำเนินการต่อไป ส่วนข้อกังวลการวางตัวของเจ้าหน้าที่ที่ไม่เป็นกลาง นายณรงค์ แจ้งว่าทราบข่าวเรียบร้อย และเมื่อเช้าทางผู้ว่าจังหวัดพิจิตร ได้ทำการสั่งย้ายข้าราชการ ที่มีพฤติการณ์ที่วางตัวไม่เป็นธรรมให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่น
ส่วนเรื่องผลสำรวจของโพลไม่เป็นธรรมจะเป็นการชี้นำประชาชนหรือไม่ นายณรงค์ ระบุว่า ปกติการทำโพลทำได้อยู่แล้วเป็นการให้ความรู้กับประชาชน แต่มีข้อกฎหมายที่ห้ามข้อมูลที่เป็นเท็จ ห้ามชี้นำชักจูงในการลงคะแนน ผิดกฎหมายมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับไม่พึงที่จะกระทำ ซึ่งต้องพิจารณาคำร้องเป็นเรื่องๆ ไป ในการพิจารณาเราสามารถพูดได้เพียงแต่ภาพรวมว่ามีการร้องเรียนหลายช่องทางและมีทั้งทาง กกต. พบเอง
อย่างกรณีที่มีบางพรรคการเมืองใช้บอร์ดในการปั่นกระแสทาง กกต. มีการจับตาหรือแนวทางอย่างไร นายณรงค์ กล่าวว่า ยังไม่เข้าหลักกฎหมายว่าเป็นความผิด ซึ่งเขาสามารถทำได้อยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะเป็นการชี้นำความคิดเห็นประชาชนหรือไม่ นายณรงค์ตอบว่า เรามีการอบรมนักการเมืองและพรรคการเมืองทุกครั้งในสิ่งที่ทำได้หรือทำไม่ได้ รวมถึงเรื่องนี้ด้วย
ส่วนขอบเขตการหาเสียงของผู้สมัครและการรณรงค์ประชามตินั้น สามารถทำได้อยู่แล้ว ซึ่งในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นการเลือกตั้งล่วงหน้า มีข้อห้ามในการจัดเลี้ยง จำหน่าย จ่าย แจกสุรา ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม ถึง 18.00 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และไม่ให้หาเสียงตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 31 มกราคม ถึง 24.00 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์
ในส่วนของสื่อมวลชนหากมีการจัดดีเบตในเวลาดังกล่าวสามารถจัดได้หรือไม่ นายณรงค์ ระบุว่า สามารถจัดได้ เพียงแต่ต้องไม่เข้าข่ายการหาเสียง ซึ่งเชื่อว่าผู้จัดเวทีดีเบตทราบดีถึงขอบเขตในการจัด
ในกรณีของทาง กกต. ที่สั่งลบโพสต์อินฟลูเอนเซอร์ และทาง i-Law ตอบกลับมาว่าไม่ผิดกฎหมาย มีความคิดเห็นอย่างไร นายณรงค์ ตอบว่า โพสต์ที่ทาง กกต. สั่งลบเป็นการโพสต์เกี่ยวกับการทำประชามติ ซึ่งตรวจสอบดูแล้วว่าผิดกฎหมายการทำประชามติ ทั้งนี้เบื้องต้นทาง กกต. ได้แจ้งผู้ที่โพสต์ให้ลบโพสต์ และหากไม่ลบจะมีการดำเนินการต่อไป