สองผัวเมียคนไร้บ้าน ย่องขโมยหมูสด อ้างหิวอยากกินหมูทอด ผู้เสียหายรีบแจ้งตำรวจตรวจสอบ สุดท้าย สารวัตรโรงพักพระนครศรีอยุธยา เห็นใจควักเงินส่วนตัว 1,000 บาทจ่ายให้ พร้อมว่ากล่าวตักเตือนจัดทำประวัติไว้ทั้งสองคน ยันทำไปด้วยหลักมนุษยธรรม 

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 พ.ต.ท.นริฏฐ์ จันโสดา สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา เข้าตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ภายในชุมชนหลวงพ่อคอหัก หมู่ 4 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายลักขโมยอาหารจากตู้เย็นภายในบ้านพักคนงาน

ที่เกิดเหตุพบ ผู้ก่อเหตุเป็นสองสามีภรรยา คือ นางสาวมะลิ อายุ 43 ปี และ นายวิชาญ อายุ 44 ปี พร้อมของกลางเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่สด ไข่ไก่ ข้าวเหนียว พริก และน้ำมันพืช ใส่ถุงกระสอบเตรียมนำไปทำอาหาร ทั้งคู่ยอมรับว่าเป็นคนไร้บ้าน อาศัยอยู่ใต้สะพาน มีอาชีพเก็บของเก่าขาย

...




นางมะลิ ให้การว่า ระหว่างเดินเก็บของเก่ารู้สึกปวดปัสสาวะ จึงเข้าไปใช้ห้องน้ำในบ้านพักคนงานซึ่งไม่มีใครอยู่ เห็นตู้เย็นวางอยู่ด้วยความหิว จึงเปิดตู้และหยิบอาหารออกมา เพราะอยากกินหมูทอด ยอมรับว่าปกติจะไปขอข้าววัดกิน แต่บางวันก็ไม่มีอาหารแจก

ด้านนายธนภัทร อายุ 20 ปี ผู้เสียหาย เผยว่า ขณะทุกคนออกไปทำงาน เถ้าแก่โทรมาแจ้งว่ามีคนเข้ามาขโมยของ จึงขี่รถจักรยานยนต์กลับมาดู พบสองผัวเมียหิ้วกระสอบเดินอยู่ใกล้ที่พัก เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นอาหารจากตู้เย็น จึงควบคุมตัวไว้และแจ้งตำรวจเข้าตรวจสอบ

พ.ต.ท.นริฏฐ์ จันโสดา สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ระบุว่า จากการสอบสวน ทั้งคู่ยอมรับว่าขโมยอาหารไปทำกินจริง แต่ไม่ได้มีเจตนานำไปขายต่อ ด้วยความสงสารและเห็นว่าเป็นเหตุจากความหิว จึงตัดสินใจควักเงินส่วนตัวจำนวน 1,000 บาท ซื้อของกลางจากผู้เสียหาย ให้สองผัวเมียนำกลับไปทำกิน ซึ่งผู้เสียหายยินดีให้อภัย ไม่เอาเรื่อง



อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนทั้งสองคน พร้อมจัดทำประวัติไว้ หากมีการก่อเหตุซ้ำอีกจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

...




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บางช่วงบางตอนระหว่างว่ากล่าวตักเตือนสองสามีภรรยา พ.ต.ท.นริฏฐ์ ได้มีการถามว่า “หิวเหรอ แล้วกินข้าวยัง” พร้อมพยายามอธิบายกับทางผู้เสียหายว่า “พี่เป็นตำรวจ พี่ก็อาจจะละเว้น เนื่องจากเป็นคดีอาญา แต่ที่ทำไปด้วยหลักมนุษยธรรม” พร้อมควักเงินติดกระเป๋าอีก 100 บาทให้สองสามีภรรยาเป็นค่ารถไฟกลับบ้าน