รัสเซียได้เริ่มการโจมตีครั้งใหญ่ในกรุงเคียฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่พยายามเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ.
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียปฏิเสธแผนการสันติภาพล่าสุดที่เสนอโดยชาติตะวันตก พร้อมขู่ว่าจะมองว่ากองกำลังจากยุโรปที่เข้ามาประจำการในยูเครนเป็นเป้าหมายทางทหาร.
การโจมตีรวมถึงการใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ซึ่งมีผลให้เกิดเพลิงไหม้ในอาคารอพาร์ตเมนต์หลายแห่ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามีผู้บาดเจ็บไม่น้อยกว่า 24 คน.
นายกเทศมนตรีวิตาลี คลิตช์โก กล่าวว่าหลายพื้นที่ในกรุงเคียฟประสบปัญหาขัดข้องทางไฟฟ้าเนื่องจากการโจมตีครั้งนี้.
ในขณะเดียวกัน รัสเซียยืนยันว่าการโจมตีของยูเครนทำให้ประชาชนในแคว้นเบลโกรอดขาดไฟฟ้าและความร้อน รวมถึงน้ำใช้.
การโจมตีเกิดขึ้นในช่วงที่สถานทูตสหรัฐฯ ในยูเครนได้เตือนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในวันข้างหน้า.
นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ กล่าวว่าข้อตกลงหยุดยิงยังอยู่ห่างไกลจากความเป็นจริง โดยรัสเซียยืนยันไม่ยอมรับการมีอยู่ของกองกำลังตะวันตกในยูเครน.