ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้มีคำพิพากษาจำคุกนายฮัน ด๊อกซู อดีตนายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ เป็นเวลา 23 ปี ในข้อหาที่เขามีส่วนร่วมในการก่อกบฏเพื่อสนับสนุนอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2024.

อัยการพิเศษ โช อึน-ซุก ได้เสนอให้ศาลลงโทษนายฮันเป็นเวลา 15 ปี โดยยืนยันว่าเขาได้ให้การสนับสนุนทั้งก่อนและหลังการประกาศกฎอัยการศึก ในขณะที่เขามีหน้าที่ป้องกันการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายของประธานาธิบดี.

ศาลระบุว่านายฮันมีความผิดฐานปลอมแปลงและลงนามในคำสั่งประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2024 เพื่อพยายามทำให้การกระทำดังกล่าวมีความถูกต้องตามกฎหมายย้อนหลัง.

นอกจากนี้ยังมีการกล่าวหาว่าเขาสั่งทำลายเอกสารที่เกี่ยวข้องและให้การเท็จระหว่างการไต่สวนที่เกี่ยวข้องกับการถอดถอนประธานาธิบดียุน โดยอ้างว่าไม่รู้เรื่องคำสั่งดังกล่าว.

แม้ว่านายฮันจะปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าไม่เคยรับรู้แผนการประกาศกฎอัยการศึกล่วงหน้า แต่ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานมีความชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่าเขามีส่วนร่วมโดยตรง.

คำพิพากษานี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการตัดสินโทษอดีตสมาชิกคณะรัฐมนตรีจากวิกฤตกฎอัยการศึกปี 2024 และเป็นการยืนยันผ่านการตัดสินของศาลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกบฏ.

ศาลได้ชี้แจงว่า การประกาศกฎอัยการศึกไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด และยังเป็นการระงับสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญหลายประการ รวมถึงเสรีภาพของสื่อมวลชนและการชุมนุม.

การใช้กำลังทหารและตำรวจเข้าควบคุมรัฐสภาและคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติถือว่าร้ายแรงเพียงพอที่จะบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยในบางส่วนของประเทศ.

ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 87 การกบฏหมายถึงการใช้ความรุนแรงหรือการจลาจลเพื่อโค่นล้มอำนาจรัฐหรือบ่อนทำลายระเบียบรัฐธรรมนูญทั้งหมดหรือบางส่วน.

คำพิพากษานี้คาดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญก่อนการตัดสินคดีของอดีตประธานาธิบดียุน ซึ่งมีกำหนดจะรับฟังคำพิพากษาในข้อหานำการกบฏในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้.