ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม สหรัฐอเมริกาประกาศยุติสมาชิกภาพกับองค์การอนามัยโลก (WHO) อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นผลมาจากการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีปัญหาค้างชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกกว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,157 ล้านบาท) ก่อนที่จะมีการถอนตัว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการขาดหายไปของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศผู้สนับสนุนรายใหญ่ที่สุด จะทำให้ระบบเฝ้าระวังโรคระบาดทั่วโลกอ่อนแอลง และส่งผลกระทบต่อการเงินของ WHO อย่างรุนแรง ล่าสุดองค์กรได้ประกาศลดจำนวนทีมบริหารลงครึ่งหนึ่งและมีแผนจะเลิกจ้างพนักงานประมาณ 25% ภายในกลางปีนี้

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO แสดงความหวังว่าสหรัฐฯ จะกลับมาร่วมงานในอนาคต ขณะที่บิล เกตส์ ประธานมูลนิธิเกตส์ ระบุว่าเขาไม่เชื่อว่าสหรัฐฯ จะกลับเข้าร่วมในเร็ว ๆ นี้

กฎหมายสหรัฐฯ ระบุว่ารัฐบาลต้องชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกให้ครบถ้วนก่อนถอนตัว แต่การกระทำนี้ของทรัมป์อาจจะเป็นการละเมิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าประธานาธิบดีจะรอดพ้นจากความผิดนี้

คณะกรรมการบริหารของ WHO มีกำหนดการประชุมในเดือนกุมภาพันธ์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการหลังจากการถอนตัวของสหรัฐฯ