คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. ได้ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในปีม้า โดยคาดการณ์ว่าอาจมีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่า 2% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่นับรวมช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน เช่น หนี้ครัวเรือนที่สูงและความเปราะบางเชิงโครงสร้าง นอกจากนี้ ไทยยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่ำสุดในภูมิภาค เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อาทิ ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง และการขาดข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน

ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 8.2% ในปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการส่งออก ทำให้ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบเหมือนกับการถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ดังนั้น กกร. จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินและการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสินค้าส่งออกที่ไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เริ่มมีแนวโน้มหดตัว

กกร. หวังว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มกำลังซื้อและศักยภาพของผู้ประกอบการ รวมทั้งลดอุปสรรคทางธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนใหม่ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต