ราคาทองคำในตลาดโลกวันนี้มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยสาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เริ่มคลี่คลาย ทั้งในประเด็นเกี่ยวกับอิหร่านและรัสเซีย รวมถึงการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ
ราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ลดลง 0.8% อยู่ที่ 4,953.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 03.45 น. GMT หลังจากที่ก่อนหน้านี้ร่วงไปแล้ว 1% ในขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสำหรับสหรัฐฯ ที่ส่งมอบในเดือนเมษายนก็ปรับลดลง 1.5% มาอยู่ที่ 4,972.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อิลยา สปิวัก หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์มหภาคของบริษัท Tastylive กล่าวว่า ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ไม่เพิ่มมากนักในขณะนี้ ขณะเดียวกัน รายงานการประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐในวันพุธนี้จะมีบทบาทสำคัญในการชี้นำทิศทางราคาทองคำ
แรงกดดันต่อทองคำยังมาจากข่าวที่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีส่วนร่วมในการเจรจานิวเคลียร์กับอิหร่านที่นครเจนีวา โดยมีความเชื่อมั่นว่าอิหร่านต้องการที่จะบรรลุข้อตกลง ขณะเดียวกัน ผู้แทนจากยูเครนและรัสเซียมีกำหนดพบกันที่เจนีวาในวันอังคารและพุธนี้ เพื่อเจรจาสันติภาพรอบใหม่
ด้านดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น 0.2% ส่งผลให้ทองคำซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์มีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่นๆ และส่งผลต่อความต้องการซื้อทองคำ
นักลงทุนกำลังรอรายงานการประชุมเดือนมกราคมของธนาคารกลางสหรัฐหรือ Federal Reserve ที่จะเผยแพร่ในวันพุธ เพื่อหาสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดคาดการณ์ว่าอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน
สปิวักได้ประเมินว่า แนวต้านระยะสั้นของทองคำอยู่ที่ประมาณ 5,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถผ่านจุดนี้ไปได้ เป้าหมายถัดไปอาจกลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมใกล้ 5,600 ดอลลาร์ และอาจมีโอกาสทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน โลหะมีค่าอื่นๆ ก็มีแนวโน้มลดลง โดยราคาเงิน (Silver) สปอต ลดลง 1.6% อยู่ที่ 75.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากร่วงกว่า 3% ก่อนหน้านี้ ส่วนแพลทินัม (Platinum) ลดลง 1.3% อยู่ที่ 2,014.08 ดอลลาร์ และพัลลาเดียม (Palladium) ร่วง 2.3% อยู่ที่ 1,685.48 ดอลลาร์