“จิระพงศ์” นั่งหัวโต๊ะติดตามความคืบหน้าตรวจสอบอุบัติเหตุพื้นที่พระราม 2 และสีคิ้ว เร่งหาข้อเท็จจริงความบกพร่องทั้งเจ้าของงาน ผู้รับเหมา และที่ปรึกษา ย้ำผลสรุปต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง โปร่งใส ชี้แจงสาธารณชนได้
นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะด้านวิศวกรรม ว่าเป็นการประชุมติดตามความคืบหน้าครั้งที่ 6 ว่า การสอบสวนอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างสำคัญ ทั้งในพื้นที่พระราม 2 และพื้นที่สีคิ้ว มีความคืบหน้าไปแล้วประมาณ 75%

...
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการนำวัสดุและอุปกรณ์ในที่เกิดเหตุเข้าสู่กระบวนการทดสอบทางเทคนิค และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง แม้ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ในขั้นตอนการให้ถ้อยคำและยังไม่สามารถเปิดเผยอย่างเป็นทางการได้ คณะอนุกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจาก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ทำหน้าที่สัมภาษณ์ ตรวจสอบ และประเมินตามมาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรม เพื่อให้ผลสอบมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ
สำหรับกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินงานรวม 45 วัน โดยตั้งเป้าสรุปผลการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2569 เพื่อให้สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนและสื่อมวลชนได้อย่างโปร่งใส คาดว่าในการประชุมครั้งถัดไปจะพยายามรวบรวมข้อสรุปขั้นสุดท้าย ก่อนเสนอรายงานต่อปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณากลั่นกรอง และเตรียมแถลงสรุปอย่างเป็นทางการ

สำหรับโครงสร้างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการ แบ่งออกเป็น 3 ฝ่ายหลัก ได้แก่ เจ้าของงาน ผู้รับจ้าง และผู้ควบคุมงานหรือที่ปรึกษา โดยในโครงการช่วงสีคิ้ว เจ้าของงานคือ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ผู้รับจ้างคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และที่ปรึกษาคือ CSC ขณะที่กรณีพื้นที่พระราม 2 เจ้าของงานคือ กรมทางหลวง โดยมีบริษัทอิตาเลียนไทยฯ เป็นผู้รับจ้าง และกรมทางหลวงทำหน้าที่ควบคุมงานเองด้วย
“แนวทางการตรวจสอบเน้นย้ำความโปร่งใสและการค้นหาต้นเหตุที่แท้จริง โดยจะไม่ยอมรับการสรุปสาเหตุด้วยคำกว้าง ๆ เช่น เหตุสุดวิสัย หรือ อุบัติเหตุ หากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ถูกอธิบายอย่างคลุมเครือโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ พร้อมตั้งประเด็นตรวจสอบว่าความบกพร่องเกิดจากฝ่ายใด ระหว่างเจ้าหน้าที่คุมงาน ที่ปรึกษา หรือผู้รับเหมา รวมถึงพิจารณาว่าเป็นความผิดพลาดเฉพาะบุคคลหรือความบกพร่องเชิงระบบ”นายจิระพงศ์ กล่าว
นายจิระพงศ์ กล่าวย้ำว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และมีนโยบายชัดเจนว่าต้องได้ข้อเท็จจริงโดยไม่มีการตั้งธงล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้กระทำผิด แต่ต้องมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล สามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างครบถ้วน
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม