นายสุเทพ เยี่ยมศิริ อัยการผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 2 เปิดเผยถึงการยึดทรัพย์ของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ 'ทนายตั้ม' ว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบกฎหมายภายใน 90 วัน โดยทรัพย์สินที่ถูกยึดมีมูลค่ากว่า 73 ล้านบาท

ในการยึดทรัพย์ครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเกี่ยวกับคดีหมายเลขดำที่ ฟ26/2568 ซึ่งอัยการได้รับสำนวนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และได้ยื่นไต่สวนคำร้องเมื่อวันที่ 10 มีนาคม มีทรัพย์สินเป็นเงินในบัญชีธนาคาร บ้านพัก และที่ดิน รวมกว่า 71 ล้านบาท

ส่วนที่สองคือคดีหมายเลขดำที่ ฟ145/2568 ซึ่งถูกส่งมาหลังจากนั้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม มีทรัพย์สินส่วนตัว 23 รายการ เช่น กระเป๋าแบรนด์เนม และโน้ตบุ๊ก มูลค่ากว่า 2.6 ล้านบาท

นายสุเทพยังยืนยันว่า การยึดทรัพย์นี้มีจุดประสงค์เพื่อเก็บรักษาทรัพย์ไว้คืนให้กับผู้เสียหาย ไม่ใช่เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ในส่วนของคดีอาญาก็จะมีการต่อสู้กันในเรื่องของ 'ให้โดยเสน่หา'

อัยการได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การยื่นคำร้องยึดทรัพย์ไม่ได้เร่งรีบเกินไป เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นภายใน 90 วัน หลังจากวันที่ยึดทรัพย์มา โดยเจ้าหน้าที่จะทำการคัดสำเนาคำพิพากษาเพื่อตรวจสอบเหตุผล หากพบว่ามีความขัดแย้งกับข้อกฎหมายหรือพยานหลักฐาน จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วันตามขั้นตอนกฎหมาย