คนละครึ่งพลัส เฟส 2 มาแน่นอน พาส่องนโยบายหาเสียง “อนุทิน ชาญวีรกูล” จาก “พรรคภูมิใจไทย” พร้อมเช็กเงื่อนไข ทำอย่างไรให้ได้เงิน 2,000


ภายหลังจากการ “เลือกตั้ง 2569” เมื่อในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้เริ่มทยอยเผยแพร่ผลอย่างไม่เป็นทางการให้ประชาชนทราบแล้ว ปรากฏว่าพรรคอันดับ 1 คือ พรรคภูมิใจไทย ของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” ซึ่งนโยบายเด่นที่หลายคนถามถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เฟส 2 ที่หยุดชะงักไป เนื่องจากพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับแล้ว เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จึงไม่สามารถนำงบกลางมาใช้กับโครงการนี้ได้

ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ว่า เมื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ก็พร้อมเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่องจากที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา

ด้าน นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังพร้อมสนองนโยบายรัฐบาลใหม่ แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบผลอย่างเป็นทางการ แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 1 และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อได้รัฐบาลใหม่ จะเดินหน้า “คนละครึ่งพลัส” ทันที เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้กระตุกขึ้นมา

ส่วนงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่ เพราะมีวงเงินเหลืออยู่เพียง 30,000 ล้านบาท แต่มีนโยบายที่จะผลักดันรวมกว่า 44,000 ล้านบาทนั้น นายลวรณ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง และเชื่อว่า นายเอกนิติ เห็นภาพเหล่านี้อยู่แล้วว่าสามารถดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด และต้องขับเคลื่อนโครงการใดบ้าง แต่ยืนยันว่า “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” จะเดินหน้าแน่นอน ขณะที่การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ได้เตรียมการไว้หมดแล้วเช่นกัน เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ก็พร้อมทำทันที

...

อย่างไรก็ตาม หากย้อนดูเงื่อนไขของโครงการ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” พบว่า ได้จำกัด 10 ล้านสิทธิ วงเงินคนละ 2,000 บาท โดยผู้ที่ได้รับสิทธินั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. กลุ่มที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ และกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่เกิดอุทกภัยและจังหวัดที่มีการสู้รบตามแนวชายแดนกับกัมพูชา จำนวน 5 ล้านสิทธิ

2. ประชาชนที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ในเฟสแรก จำนวน 5 ล้านสิทธิ


เงื่อนไขลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส เฟส 2”

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ “โครงการคนละครึ่ง”, “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2”, “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3”, “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4” และ “โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5”