“มนพร” ให้กำลังใจ วัน อสม.แห่งชาติ หนุนรัฐบาลสานต่อ ออกกฎหมาย พ.ร.บ. อสม. เพิ่มสวัสดิการ ค่าป่วยการ เดินหน้าสร้างสุขภาพชุมชน ร่วมแก้ปัญหายาเสพติด พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นางมนพร เจริญศรี สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่พบปะ ร่วมการจัดกิจกรรมวัน อสม.แห่งชาติ ของสมาชิก อสม. ในพื้นที่อำเภอต่างๆ พร้อมร่วมกล่าวชื่นชมให้กำลังใจ ในการทำหน้าที่ดูแลสุขภาพชุมชน รวมถึงการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติด และการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน นอกจากนี้ยังได้มอบเงินสนับสนุนการจัดกิจกรรม วัน อสม. เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

...

นางมนพร กล่าวกับทีมสมาชิก อสม.ในพื้นที่ จ.นครพนม ว่า ต้องขอชื่นชมให้กำลังใจ พี่น้อง อสม. ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพชุมชน ด้วยจิตอาสา หากเทียบระหว่างการทำงานกับค่าตอบแทน มั่นใจไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจอยากทำงานเพื่อชุมชนมากกว่า โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่า อสม.เป็นหมอด่านแรก เป็นกำลังสำคัญที่จะดูแลประชาชน ในทุกพื้นที่ในยามเกิดวิกฤติโรคระบาด โดยไม่ได้คำนึงถึงค่าตอบแทนเป็นหลัก ทำให้ประเทศไทยรอดวิกฤติมาได้ เพราะความร่วมมือจากทุกภาคส่วน อีกทั้งยังเชื่อว่า อสม. เป็นกำลังสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตชุมชน ไปจนถึงการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในปัจจุบัน


สอดคล้องกัน พรรคเพื่อไทย ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันออกกฎหมาย พ.ร.บ. อสม. ในช่วงที่เป็นรัฐบาลที่ผ่านมา ได้เสนอผ่านความเห็นชอบมติคณะรัฐมนตรีแล้ว เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ยังเหลือขั้นตอนการเตรียมเสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา วาระ 2-3 แต่ยุบสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน แต่หลังจากการตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ทางพรรคเพื่อไทยมีโอกาสร่วมรัฐบาล จะต้องมีการผลักดัน พ.ร.บ. อสม. เข้าสู่การพิจารณาอีกรอบ มั่นใจภายใน 6 เดือน จะต้องมีความชัดเจน สิ่งที่ตามมาคือ หากมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ. อสม. จะมีการเพิ่มสวัสดิการ มีกฎหมายรองรับการทำงาน มีค่าป่วยการ รวมถึงไม่มีเกษียณอายุราชการ บางกลุ่มที่เข้าหลักเกณฑ์มีโอกาสพิจารณาบรรจุเป็นผู้ช่วยพยาบาลตามโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลอีกด้วย มีกองทุน อสม. สามารถกู้ได้ในดอกเบี้ยต่ำ มีฌาปนกิจสงเคราะห์ มั่นใจว่าสิทธิเหล่านี้จะเป็นกำลังใจสำคัญให้พี่น้อง อสม. มีกำลังในการทำงานมากขึ้น สิ่งที่ตามมาคือความเป็นอยู่ที่ดีด้านสุขภาพ คุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ถือเป็นกำลังสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเดินหน้าดูแลสวัสดิการต่อเนื่อง