หน้าที่สำคัญของ จาระบี (Grease) ไม่ได้มีแค่การช่วยให้ลื่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในระบบเครื่องจักรและยานยนต์ ดังนี้ครับ:
- ลดแรงเสียดทานและการสึกหรอ: จาระบีจะสร้างฟิล์มน้ำมันเคลือบผิวสัมผัสของโลหะ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อโลหะเสียดสีกันโดยตรง ช่วยลดความร้อนและยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน
- ทำหน้าที่เป็นซีลกันรั่ว (Sealant): ด้วยความหนืดที่สูงกว่าน้ำมัน จาระบีจึงช่วยอุดร่องรอยต่อเพื่อป้องกันไม่ให้สารหล่อลื่นไหลออก และที่สำคัญคือช่วย ป้องกันฝุ่น ความชื้น และสิ่งสกปรก จากภายนอกไม่ให้เข้าไปทำลายชิ้นส่วนภายใน
- ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน: จาระบีทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังผิวโลหะจากอากาศและความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิม
- รับแรงกดและแรงกระแทก: ในสภาวะที่เครื่องจักรทำงานหนัก มีแรงกดทับสูง (Extreme Pressure) หรือมีการสั่นสะเทือน จาระบีจะช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดีกว่าน้ำมันหล่อลื่นทั่วไป
- ความคงตัวในจุดที่เข้าถึงยาก: จาระบีถูกออกแบบมาให้เกาะติดอยู่กับที่ได้นาน จึงเหมาะกับชิ้นส่วนที่ไม่สามารถเติมน้ำมันได้บ่อยๆ หรือชิ้นส่วนที่ต้องทำงานในแนวตั้ง
สีของจาระบีส่วนใหญ่เป็นการ เติมสีเพื่อช่วยในการแยกประเภท และอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมมักใช้สีเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกคุณสมบัติเบื้องต้นและการใช้งาน ดังนี้
สีของจาระบีส่วนใหญ่เป็นการ เติมสีเพื่อช่วยในการแยกประเภท และอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมมักใช้สีเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกคุณสมบัติเบื้องต้นและการใช้งาน ดังนี้
สีของจาระบีส่วนใหญ่เป็นการ เติมสีเพื่อช่วยในการแยกประเภท และอำนวยความสะดวกในการซ่อมบำรุง อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมมักใช้สีเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกคุณสมบัติเบื้องต้นและการใช้งาน ดังนี้
...

1. ความหมายของแต่ละสี (โดยทั่วไป)
🔴 สีแดง: มักเป็นจาระบีอเนกประสงค์ (Multipurpose) คุณภาพสูง หรือ จาระบีลิเธียม ที่ทนความร้อนได้ดีและป้องกันสนิม เหมาะกับลูกปืนล้อและแชสซีรถยนต์
🔵 สีน้ำเงิน: โดดเด่นเรื่อง ความเสถียรต่อความร้อน (Thermal Stability) มักใช้กับชิ้นส่วนที่ต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิสูงต่อเนื่อง เช่น ลูกปืนมอเตอร์ไฟฟ้า หรือเครื่องจักรที่มีรอบหมุนสูง
🟢 สีเขียว: เน้นคุณสมบัติ กันน้ำและการชะล้าง ได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับอุปกรณ์ทางการเกษตร เครื่องจักรที่ทำงานในสภาวะเปียกชื้น หรืออุปกรณ์เดินเรือ
⚪ สีขาว: มักเป็น White Lithium Grease ที่สะอาด ไม่ทิ้งคราบสกปรก หรือเป็นเกรดที่ใช้ใน อุตสาหกรรมอาหาร (Food Grade) สำหรับเครื่องจักรที่ต้องสัมผัสอาหาร
⚫ สีดำ/เทา: บ่งบอกว่ามีส่วนผสมของ โมลิบดีนัม (Moly) หรือกราไฟต์ เพื่อใช้ในงานที่ต้อง รับแรงกดอัดมหาศาล (Extreme Pressure) เช่น เครื่องจักรหนักในงานก่อสร้างหรือเหมืองแร่
🟡 สีเหลือง/อำพัน: มักเป็นจาระบีพื้นฐานทั่วไปสำหรับงานหล่อลื่นเบาๆ เช่น บานพับประตู หรือสายเคเบิล


สีบอก "สุขภาพ" ของจาระบี
สีที่เปลี่ยนไปขณะใช้งานเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญ:
สีคล้ำลงจนดำ: เกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุ (Oxidation) หรือการทำงานภายใต้ความร้อนที่สูงเกินไป
สีขาวขุ่นหรือเหมือนน้ำนม: สัญญาณของการปนเปื้อนด้วย น้ำ
ข้อควรระวัง
อย่าใช้สีของจาระบี เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ผลิตแต่ละรายอาจใช้มาตรฐานสีต่างกัน ควรอ่าน Spec Sheet หรือมองหาสัญลักษณ์ NLGI เพื่อความถูกต้องเสมอ
...


จาระบีสำหรับชิ้นส่วนเฉพาะ อย่างเช่น ลูกปืนล้อหรือโซ่รถจักรยาน
การเลือกจาระบีสำหรับชิ้นส่วนเฉพาะทาง เช่น ลูกปืนล้อ และ โซ่จักรยาน มีความต้องการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากสภาวะการทำงานที่ต่างกันทั้งเรื่องความร้อน แรงกด และการสัมผัสฝุ่นละออง
จาระบีสำหรับลูกปืนล้อ (Wheel Bearing)
...
ลูกปืนล้อต้องเผชิญกับความร้อนสูงจากการเบรกและแรงกดทับมหาศาล จึงต้องการจาระบีที่มีจุดหยด (Dropping Point) สูงและทนแรงกดได้ดี
จาระบีลิเธียมคอมเพล็กซ์ (Lithium Complex): เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุด เพราะทนความร้อนได้สูง (ถึง 180-200°C) และมีความเสถียรเชิงกลสูง
จาระบีสังเคราะห์ (Synthetic Grease): ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมในอุณหภูมิสุดขั้วและยืดอายุการซ่อมบำรุงได้นานขึ้น
แบรนด์แนะนำ:
SKF LGWA 2: จาระบีคุณภาพสูงที่ออกแบบมาสำหรับลูกปืนล้อรถยนต์และรถบรรทุกโดยเฉพาะ
TIMKEN Wheel Bearing Grease: สูตรสีแดงยอดนิยมจากอเมริกา ทนความร้อนและงานหนักได้ดี
TOP1 Synthetic Hi-Temp Grease: จาระบีสังเคราะห์ทนความร้อนสูงถึง 280°C

การเลือกใช้จาระบีอย่างถูกต้องมีความสำคัญต่ออายุการใช้งานของเครื่องจักร โดยมีหลักการพิจารณาใน 4 ปัจจัยหลักดังนี้:
1. ความอ่อน-แข็ง (NLGI Grade)
เบอร์ของจาระบีที่กำหนดโดย สถาบันจาระบีแห่งชาติ (NLGI) บ่งบอกถึงความข้นเหนียวและการไหลตัว
...
เบอร์ 000 ถึง 0: มีลักษณะกึ่งของเหลว เหมาะสำหรับระบบจ่ายจาระบีอัตโนมัติ (Centralized System) หรือชุดเกียร์ที่ต้องการการไหลตัวสูง
เบอร์ 1 ถึง 2: เป็นเกรดมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด (Multipurpose) เหมาะสำหรับ ตลับลูกปืน (Bearings) ทั่วไปในโรงงานและยานยนต์
เบอร์ 3 ขึ้นไป: มีลักษณะแข็งและคงรูปได้ดี เหมาะสำหรับงานที่มีแรงสั่นสะเทือนสูง หรือใช้ป้ายทาด้วยมือเพื่อป้องกันการไหลเยิ้ม
2. ประเภทของสารอุ้มน้ำมัน (Thickener Type)
สารอุ้มน้ำมันทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำกักเก็บน้ำมันหล่อลื่นไว้ ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นต่างกัน: tms.in.th +1
ลิเธียม (Lithium): จาระบีอเนกประสงค์ยอดนิยม ทนความร้อนและน้ำได้ดีในระดับมาตรฐาน
ลิเธียมคอมเพล็กซ์ (Lithium Complex): ทนอุณหภูมิได้สูงกว่า (จุดหยดสูงกว่า 250°C) และมีอายุการใช้งานนานกว่า
แคลเซียมซัลโฟเนต (Calcium Sulfonate) กันน้ำและป้องกันสนิม เหมาะสำหรับงานที่ต้องสัมผัสความชื้นหรือน้ำโดยตรง
โพลียูเรีย (Polyurea): ทนความร้อนสูงมากและรอบหมุนเร็ว นิยมใช้ในมอเตอร์ไฟฟ้า
Valvoline™ Global +3
3. ความหนืดของน้ำมันพื้นฐาน (Base Oil Viscosity)
เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการสร้างฟิล์มหล่อลื่น
ความหนืดต่ำ (ISO VG 15-100): เหมาะสำหรับงาน รอบหมุนเร็ว และโหลดน้อย เพราะช่วยลดแรงเสียดทานและความร้อนสะสม
ความหนืดสูง (ISO VG 150-460): เหมาะสำหรับงาน รอบช้าแต่รับน้ำหนักมาก (Heavy Load) เพื่อให้ฟิล์มน้ำมันไม่ถูกกดจนแตก
4. สารเพิ่มคุณภาพ (Additives)
เลือกตามสภาพหน้างานที่เครื่องจักรต้องเผชิญ
EP (Extreme Pressure): สำหรับงานที่รับแรงกดกระแทกสูง (เช่น รถขุด, เครื่องโม่)
Anti-Wear: สำหรับป้องกันการสึกหรอในสภาวะปกติ
Solid Lubricants (เช่น Moly หรือ Graphite): จาระบีสีดำที่ผสมสารหล่อลื่นแข็ง ช่วยปกป้องผิวโลหะได้ดีเยี่ยมในงานที่มีแรงกระแทกหนักมาก
ข้อควรระวัง: ห้ามผสมจาระบีต่างชนิดกันโดยไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้ (Compatibility) เพราะอาจทำให้จาระบีแยกตัวหรือเหลวเป็นน้ำจนก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อเครื่องจักร
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/