สเปนสั่งถอนเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลอย่างเป็นทางการ คาดว่าเพื่อแสดงการต่อต้านการทำสงครามของอิสราเอลทั้งในฉนวนกาซาและที่กำลังเกิดขึ้นในอิหร่าน
เมื่อ 11 มี.ค. 2569 รัฐบาลสเปนตัดสินใจถอนเอกอัครราชทูตประจำอิสราเอลอย่างเป็นทางการ ตามรายงานจากราชกิจจานุเบกษาของสเปน โดยสถานเอกอัครราชทูตสเปนในกรุงเทลอาวีฟจะลดระดับการดำเนินงานลงให้อยู่ภายใต้การดูแลของอุปทูตแทน สะท้อนถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่ลงเรื่อยๆ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่สเปนกลายเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการทำสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา รวมถึงสงครามครั้งใหม่กับอิหร่านที่เปิดฉากโดยสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา
“ตามข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหภาพยุโรปและความร่วมมือ และภายหลังการหารือของคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ข้าพเจ้าจึงมีคำสั่งให้ยุติการดำรงตำแหน่งของ น.ส.อานา มาเรีย ซาโลมอน เปเรซ ในฐานะเอกอัครราชทูตสเปนประจำรัฐอิสราเอล” ราชกิจจานุเบกษาระบุ
ทั้งนี้ นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ถือเป็นหนึ่งในผู้นำฝ่ายซ้ายเพียงไม่กี่คนในยุโรปที่ออกมาประณามการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาเหตุผลมาอ้างได้ พร้อมประกาศจุดยืนของรัฐบาลมาดริดว่า “ไม่เอาสงคราม”
นอกจากนี้ รัฐบาลของซานเชซยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในยุโรปที่ประณามการกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐสภาสเปนได้เห็นชอบให้มีการบัญญัติกฎหมายระงับการส่งออกอาวุธไปยังอิสราเอลโดยสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึงการสั่งห้ามขายอาวุธ เทคโนโลยีที่ใช้ได้ทั้งทางทหารและพลเรือนและอุปกรณ์ทางการทหารอย่างถาวร เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
...
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : aljazeera