“วาโย” พอใจคำสั่งศาลอาญาคดีทุจริต ชี้แม้ยังไม่ประทับรับฟ้องแต่มีสัญญาณบวก ให้ กกต. ตอบคำถามศาลภายใน 1 เดือน ถือได้ว่ากระบวนการเดินหน้าแล้ว


วันที่ 24 มีนาคม 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางรับฟังคำสั่งศาล กรณีพรรคประชาชนยื่นฟ้องคดีอาญาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวก รวม 9 ราย โดยวันนี้ศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ในส่วนของเจตนาพิเศษ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และหากมีกฎหมายลำดับรอง เช่น ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับต่าง ๆ ก็สามารถเพิ่มเติมเข้ามาในคำฟ้องได้ ซึ่งตนจะนำมาเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์มากขึ้น


จุดที่น่าสนใจคือศาลได้สั่งให้ทาง กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วย แม้ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งประทับรับฟ้อง แต่ศาลก็ได้ใช้ข้อบังคับของศาลฎีกาฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 ข้อที่ 3 เมื่อโจทก์ส่งฟ้องแล้วสามารถให้คู่ความชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ โดยขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 24 เมษายน 2569 โดยให้ตอบคำถามสามข้อคือ


1) ในการจัดการเลือกตั้งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ คำว่า “ลับ” หมายความว่าอย่างไร


2) กรณีการนำสัญลักษณ์คิวอาร์โคดใส่ลงในบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต และนำสัญลักษณ์บาร์โคดใส่ลงในบัตรเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ คณะกรรมการ กกต. อาศัยอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ หรือคำสั่งใด ในการใส่สัญลักษณ์ลงในบัตรเลือกตั้ง เหตุใดจึงนำสัญลักษณ์ดังกล่าวใส่ไว้ในบัตร การใส่สัญลักษณ์ดังกล่าวทำให้ทราบได้หรือไม่ว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครรายใดหรือพรรคการเมืองใด


3) จากคำถามข้อที่ 2) หากสัญลักษณ์ที่ปรากฏในบัตรเลือกตั้งสองชนิดดังกล่าวสามารถนำสัญลักษณ์ไปอ่านค่าจนทราบว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครรายใดหรือพรรคใด การตรวจสอบจะเกิดขึ้นในกรณีใด สำนักงานคณะกรรมการ กกต. มีเงื่อนไขหลักเกณฑ์ใดและขั้นตอนในการดำเนินการเพื่ออ่านค่าสัญลักษณ์ในบัตรเลือกตั้งหรือไม่อย่างไร

...


นายแพทย์วาโย กล่าวต่อไปว่าจะเห็นได้ว่าคดีนี้ศาลไม่ได้ชักช้า แม้จะมีคำแนะนำให้ทางพวกตนและพรรคประชาชนและโจทก์ทั้งสี่ราย ไปแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้สมบูรณ์มากขึ้น ภายใน 30 วัน และได้ถามคำถามเพิ่มเติมกับทาง กกต. เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาโดยให้ชี้แจงภายในหนึ่งเดือน ซึ่งทั้งหมดจะนำไปสู่คำสั่งอีกครั้งว่าจะให้ดำเนินการอย่างไรในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 และหากพวกตนจะคัดค้านคำชี้แจงของ กกต. ก็จะมีเวลาถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2569


จากประสบการณ์ คำสั่งวันนี้ถือว่าสัญญาณที่ดี ทั้งการเปิดโอกาสให้พรรคประชาชนไปแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้รัดกุมมากขึ้น พร้อมกันนั้นก็ไม่ชักช้าในการสอบถามและให้ กกต. ชี้แจงเลยถึงสามข้อ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ประชาชนหลายคนอยากรู้เช่นเดียวกับศาล ตอนนี้ถือว่ากระบวนการเดินไปแล้ว ถึงจะยังไม่ได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการในศาลอาญาคดีทุจริต ระหว่างที่ให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง ศาลมีอำนาจในการไต่สวนและขอให้จำเลยชี้แจงได้ไปพร้อมกัน และทางโจทก์ก็สามารถคัดค้านคำชี้แจงของจำเลยได้ด้วยเช่นกัน


นายแพทย์วาโย ยังได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีการรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะมีผลต่อคดีนี้หรือไม่ โดยระบุว่าเป็นคนละคดีและคนละข้อกฎหมายกัน แต่เท่าที่ตนรับฟังการชี้แจงของ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นลักษณะของข้อความเห็นมากกว่า แต่การชี้แจงในศาลไม่ว่าจะเป็นศาลอาญาคดีทุจริตหรือศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการ กกต. ต้องตอบคำถามโดยใช้พยานหลักฐานอื่นด้วย คงไม่สามารถนำความเห็นของตัวเองเพียงฝ่ายเดียวมาตอบได้ ส่วนการดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตจะส่งผลต่อการเมืองหรือไม่ ส่วนตนไม่เชื่อว่าส่งผล หากจะมีคำสั่งที่ส่งผลทางการเมืองตนเชื่อว่าน่าจะเป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญมากกว่า เพราะมีอำนาจในการสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ


นายแพทย์วาโย ระบุด้วยว่า แต่สำหรับศาลอาญาคดีทุจริตไม่ใช่อำนาจตุลาการในลักษณะนั้น คดีนี้น่าจะกินเวลาไม่ต่ำกว่า 5-10 ปี นอกจากนี้คดีนี้เป็นการฟ้องคณะกรรมการ กกต. และเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับฝ่ายการเมืองมากนัก แต่หากคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นลบกับ กกต. และการเลือกตั้ง ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะถูกนำมาผูกพัน และตนจะมีการนำมาแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในคดีนี้แน่นอน ถ้าศาลเปิดโอกาสให้สามารถแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องในส่วนนั้นได้