รัฐบาลรัสเซียได้ประกาศแนวทางใหม่ในด้านสาธารณสุข โดยมีคำสั่งให้แพทย์ส่งตัวผู้หญิงที่ไม่ต้องการมีบุตรเข้ารับการปรึกษากับนักจิตวิทยาคลีนิก เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการมีบุตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขวิกฤตประชากรที่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง

แนวทางนี้ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า แพทย์จะต้องสอบถามจำนวนบุตรที่ผู้หญิงต้องการมี และหากคำตอบคือ "ศูนย์" หรือไม่มีความประสงค์จะมีบุตร แพทย์จะต้องส่งตัวผู้หญิงเหล่านั้นไปพบกับนักจิตวิทยา เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการมีบุตร

ประธานาธิบดีวลาดีเมียร์ ปูติน ได้แสดงความกังวลต่อปัญหาการลดลงของประชากร โดยยืนยันว่าเป็น "เรื่องของความอยู่รอดของชาติ" และเคยเตือนว่า รัสเซียอาจเผชิญกับภาวะ "สูญพันธุ์" หากไม่สามารถเพิ่มอัตราการเกิดได้

ในปัจจุบัน อัตราการเกิดในรัสเซียอยู่ที่ประมาณ 1.4 ต่อผู้หญิงหนึ่งคน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 200 ปี และต่ำกว่าเกณฑ์ที่จำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของประชากรที่ 2.1

ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งชายหนุ่มไปประจำการในสงครามยูเครน ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนประชากรในวัยเจริญพันธุ์อย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลรัสเซียได้ดำเนินมาตรการหลายอย่างเพื่อกระตุ้นการเกิด เช่น การควบคุมการทำแท้ง และการออกกฎหมายห้ามเผยแพร่แนวคิด "การไม่มีลูก" รวมถึงการสนับสนุนครอบครัวที่มีบุตรหลายคน

นโยบายการส่งพบนักจิตวิทยานี้สะท้อนถึงความพยายามของทางการรัสเซียในการแทรกแซงพื้นที่ส่วนตัวของประชาชน เพื่อแก้ปัญหาที่ส่งผลต่ออนาคตของประเทศ