อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย หนุนโรตารีพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นถัดไป พร้อมเผยแนวคิด 7 ขั้นตอนลงมือปฏิบัติได้จริง


วันที่ 5 มีนาคม 2569 ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปบรรยายพิเศษในหัวข้อ "การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน" ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในการบริหารแผ่นดินและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากโดยเฉพาะโครงการ "โคก หนอง นา" โดยมี อน.จิณดา เตชะวณิช แชง ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สโมสรโรตารีบางกอก ฮาร์โมนี เป็นประธานจัดงาน นายวิชัย ชีวกนิษฐ์ อดีตผู้ว่าการภาค และผู้เข้าร่วมสัมมนาระดับผู้ช่วยผู้ว่าการภาค นายกสโมสรโรตารี คณะกรรมการ รวมทั้งภาคีเครือข่ายร่วมรับฟัง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้บรรยายพิเศษตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือว่าเป็นวันพิเศษที่ได้รับเกียรติให้มาพูดถึง การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างไรให้ยั่งยืน คำว่ายั่งยืน ไม่ใช่คำสำเร็จของวันเปิดโครงการ ไม่ใช่จำนวนคนมาร่วมงาน แต่ความยั่งยืน คือ หลังจากเราสัมมนากันแล้ว เราจะต่อยอดแนวคิด กระจายความรู้ให้ตัวเราหรือชุมชนร่วมกันเดินต่อได้ตัวเองอย่างไร จากประสบการณ์การทำงาน อยากให้ทุกท่านชวนคิดเล่น ๆ สัก 3 คำถาม คือ ถ้าวันหนึ่งงบสนับสนุนหมด ชุมชนยังทำได้ไหม สอง, ถ้าคนหลักย้าย หรือต้องหยุดทำ ระบบยังทำอยู่อีกหรือไม่ และประการสุดท้าย ถ้าชุมชนหรือประเทศเกิดวิกฤติ เช่น ราคาผลผลิตตก ภัยพิบัติ หรือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ชุมชนยังปรับตัวและฟื้นตัวได้หรือไม่ หากเราตอบคำถามทั้ง 3 ประการนี้เป็นทางออกได้ ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นแบบมั่นคงและยั่งยืนจริงได้สูงมาก

“เศรษฐกิจชุมชน หากเรามองแบบยั่งยืน มันหมายถึงว่า การช่วยให้คนมีความสามารถเลี้ยงตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ ตรงนี้คือ รากฐานสำคัญ ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับภารกิจของโรตารี ที่ว่า การช่วยสร้างการเจริญเติบโตให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อเป็นทางออกที่ยั่งยืนให้กับความยากจน จากประสบการณ์จะบอกว่า หากเราคิดเริ่มจากสิ่งที่เราอยากทำ หรือลงจากบนสู่ล่าง มากกว่า จากล่างสู่บนหรือสิ่งที่ชุมชนต้องการ โครงการนั้น ๆ มักจะหยุดลงเมื่องบสนับสนุนหรือคนหลักต้องย้ายออกหรือสิ้นคนหลักไป”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ได้กล่าวเพิ่มเติมต่อว่า เพื่อให้ภารกิจของโรตารีประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือเศรษฐกิจชุมชนขอเสนอแนวคิด 7 ขั้นตอนเพื่อให้ลงมือปฏิบัติได้จริง 

1. การประเมินชุมชน อันนี้ เราต้องฟังรอบด้าน ฟังความต้องการจากเขา ว่าชุมชนต้องการอะไร, ประมาณการใช้งบประมาณและทุนในการจัดการ รวมทั้งข้อจำกัด

2. หาเจ้าของร่วม ตั้งทีม ตั้งคณะทำงาน และต้องส่งต่อรุ่นต่อยอดให้ได้

3. เลือกเรื่องที่จะทำหรือโฟกัสเป็นเรื่อง ๆ เริ่มจาก 1 เรื่องที่มีโอกาสสูงหรือเป็นจุดแข็งของชุมชนนั้น ๆ อย่าทำทุกอย่างพร้อมกัน

4. เราต้องมีคนออกแบบโมเดลที่เป็นรายได้ เช่น ต้นทุน ราคา กำไร การแบ่งปัน ด้วยระบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

5. ยกระดับคุณภาพให้ขายซ้ำได้ โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐาน กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์

6. ต้องหาทางเชื่อมตลาดและโอกาสใหม่ ๆ ให้เกิดช่องทางต่อเนื่อง และเข้าถึงเครื่องมือการเงิน การบริหารจัดการเงิน ตามแนวทางของ Growing Local Economies มาตรฐานของโรตารี และประการที่เจ็ดและประการสุดท้าย มันต้องมีระบบวัดผล, เรียนรู้ และปรับตัว

“ที่กล่าวมานี้ทั้งหมด ผมเชื่อว่าเราทำได้ ยิ่งหากคนโรตารีลงมือทำยิ่งง่าย เนื่องจากทั่วโลกรู้จักดีอยู่แล้วว่าโรตารี เป็นองค์กรจิตอาสา เป็นจิตอาสาอย่างไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจที่ว่าให้บริการแก่ผู้อื่น ส่งเสริมความซื่อสัตย์ และขับเคลื่อนความเข้าใจไมตรีจิตและสันติภาพ โดยผ่านเครือข่ายผู้นำทางธุรกิจ วิชาชีพ และชุมชน

ผมจึงขอเชิญชวนชาวโรตารีผู้มีจิตอาสาร่วมกันทำแผน 90 วัน เพื่อไปสู่เป้าหมายให้การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสู่ความยั่งยืน คือ เราเลือกชุมชนนำร่องสักแห่ง แล้วร่วมกับชุมชนประเมินการออกแบบ โฟกัสจุดแข็งของชุมชนนั้น ๆ สัก 1 เรื่องที่สามารถขับเคลื่อนได้ หากประสบความสำเร็จต่อยอดกระจายไปสู่ชุมชนอื่น ๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ชีวิตคนในชุมชนได้อย่างมั่นคงต่อไป สุดท้ายผมขอย้ำว่า ความยั่งยืนไม่ใช่วันที่เราช่วยได้มากที่สุด, แต่คือวันที่ชุมชนยืนได้ด้วยตนเอง และยังส่งต่อโอกาสนั้นให้คนรุ่นถัดไปได้ด้วย” นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวทิ้งท้าย

ด้าน นายวิชัย ชีวกนิษฐ์ ได้กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การสัมมนาในวันนี้จัดขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้นำสโมสรด้านการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน และเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในมุมมองที่สามารถนำไปปรับใช้และต่อยอดได้จริง “เนื้อหาจะช่วยเปิดมุมมองตั้งแต่การทำความเข้าใจ บริบทของชุมชน การคิดเชิงผู้ประกอบการรายย่อย การพัฒนาสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่ม การนำสินค้าออกสู่ตลาด ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งล้วนเป็นกระบวนการที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า แนวคิดและประสบการณ์จากเวทีในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกท่าน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนต่อไป”

...

ขณะที่ อน.จิณดา เตชะวณิช แชง กล่าวต้อนรับพร้อมแจงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า ในนามของประธานจัดงานและประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนของโรตารีภาค 3350 ขอขอบพระคุณท่านอดีตผู้ว่าการภาควิชัย ที่ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดงานและท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มาเป็น Keynote Speaker ในวันนี้ คณะอนุกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน มุ่งเน้นและส่งเสริมการทำงานและความมุ่งมั่นของโรตารีในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และการอยู่ดีมีสุขของชุมชน ผ่านการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการ การฝึกอบรมอาชีพ และการเข้าถึงทรัพยากรทางการเงิน เพื่อลดความยากจนและสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้กับชุมชน

“การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนถือเป็นส่วนหนึ่งของ 7 ด้านที่โรตารีให้ความสำคัญ อันประกอบด้วย 1. ด้านเสริมพลังคน 2. ด้านพัฒนาทักษะ 3. ส่งเสริมผู้ประกอบการ 4. แก้ปัญหาความยากจน 5. สนับสนุนองค์กรท้องถิ่น 6. การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และประการสุดท้าย คือ กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เพื่อลดความยากจน การสร้างความพึ่งพาตนเอง ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำโรตารีด้านพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในวันนี้ จะเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่จะหมุนวงล้อโรตารีในการร่วมกันทำความดี Unite for Good เพื่อเสริมสร้างความหวังให้โลก และสร้างงานสู่คุณค่าที่ยั่งยืน”