6 พรรคร่วมชงญัตติกู้วิกฤติพลังงาน “เอกนัฏ” เรียกร้องอย่าฟังแค่ข้อมูลเจ้าหน้าที่ ด้าน“กรณ์” ย้ำไอ้โม่งโรงกลั่นมีจริง บี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน กระชากราคาน้ำมันลดลงลิตรละ 9 บาท
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นได้หารือถึงกรอบเวลาการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละสัปดาห์ ที่ประชุมเห็นตรงกันให้มีการประชุมสภาฯ 2 วันต่อสัปดาห์ ในวันพุธและวันพฤหัสบดี โดยในแต่ละเดือนให้เพิ่มการประชุมสภาฯในวันศุกร์ 1-2 ครั้ง เพื่อเร่งพิจารณากฎหมาย
ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ประชุมสภาฯได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาถึงแนวทางรับมือวิกฤติตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มี สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คน ได้แก่ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย นายวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายสัญญา นิลสุพรรณ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ
ฝ่ายค้านเรียกร้องรัฐบาลชี้แจง
ขณะที่นายรังสิมันต์ โรม และนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน แต่นายกรวีร์ ปริศนานนันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย แย้งว่า การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ หากประธานสภาฯอนุญาต แต่ญัตติด่วนดังกล่าวจะต้องส่งให้รัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล การให้นายกฯมาชี้แจงสามารถทำได้ในการตอบกระทู้สดอยู่แล้ว ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเสริมว่า ไม่สามารถบังคับให้ฝ่ายบริหารมาตอบญัตติด่วนด้วยวาจา เป็นเรื่องฝ่ายบริหารจะมาชี้แจงหรือไม่ ก่อนจะตัดบทเข้าสู่การพิจารณาญัตติด่วนต่อไป
...

“เอกนัฏ”เตือนอย่าฟังแค่เจ้าหน้าที่
จากนั้นนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวเสนอญัตติว่า ปัญหาขณะนี้คือ เรื่องการสื่อสารไปคนละทางจนประชาชนสับสน แม้กระทรวงพลังงานยืนยันมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเพียงพอใช้ได้เป็นร้อยวัน โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มสูบกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น ไม่มีลดลง น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปถึงผู้ค้าน้ำมันปริมาณมากกว่า 77-84 ล้านลิตร แต่อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุใดปั๊มน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันน้อยลง ข้อมูลสวนทางกัน สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การรวบรวมข้อมูลทุกขั้นตอนเปิดเผยให้ประชาชนรับรู้เรื่องการผลิตน้ำมันส่งออกให้ปั๊ม เหตุใดไม่สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาเปิดเผยต่อสาธารณะช่วยคลายความตื่นตระหนกของประชาชนได้ ทุกหน่วยงานต้องนำเสนอข้อมูลว่า กลั่นน้ำมันเท่าไร ส่งให้ปั๊มเท่าไร เพื่อให้รัฐบาลทำงานง่ายขึ้น ถ้าสถานการณ์บานปลายต้องใช้มาตรการเข้มงวดขึ้น เรื่องเงินกองทุนน้ำมันเป็นสิ่งสะกดจิตคนไทยว่า ยังมีน้ำมันใช้ราคาถูก ขณะที่เพื่อนบ้านใช้น้ำมันลิตรละ 50 กว่าบาท ควรทบทวนกลไกกองทุนน้ำมัน ต้องใช้ชดเชยชั่วคราว ไม่ใช่ถาวร จะอยู่กับความจริงหรือโลกจินตนาการ
“วันนี้ยังไม่รู้รมว.พลังงานคนใหม่เป็นใคร แต่ขอใช้โอกาสนี้ส่งข้อความไปยังรมว.พลังงานคนใหม่ ถ้าท่านลืม ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไปเตือนสติท่านด้วย เข้าใจว่า ปัญหาพลังงานมีคนเก่งเยอะมาก แต่คนที่จะเข้าไปทำไม่มีความกล้า พอไปดำรงตำแหน่งก็ขาดเจตจำนงทางการเมือง ขอเตือนสติท่าน อย่าฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่เสนอมามากกว่าข้อมูลจากประชาชน ให้เชื่อประชาชน ตั้งใจทำงานให้ดี ใช้ความกล้าและเจตจำนงทางการเมืองมาแก้ปัญหา” นายเอกนัฏกล่าว
“กรณ์” ย้ำไอ้โม่งโรงกลั่นมีจริง
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ความล้มเหลวการบริหารจัดการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนมี 3 ข้อคือ 1.โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันอย่างเพียงพอให้ปั๊มน้ำมัน ยืนยัน ไอ้โม่งมีจริง รัฐบาลรู้ว่าโรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊ม แต่ไม่ติดตามว่าน้ำมันไปอยู่ในมือใคร 2.โครงสร้างราคาน้ำมันมีปัญหา ประเทศไทยมีราคาน้ำมัน 3 ตลาดคือ 2.1.ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย มีราคาต่ำสุด 2.2. ราคาขายส่งผ่านจ๊อบเปอร์ ไม่ได้รับการชดเชยราคา 2.3.ราคาน้ำมันเขียวชาวประมง ได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิต แต่รัฐบาลไม่สามารถป้องกันให้ผู้ซื้อจากตลาดอื่นแห่มาซื้อราคาหน้าปั๊มน้ำมันที่ได้รับการชดเชย ภาคอุตสาหกรรมควรซื้อจากจ๊อบเปอร์มาแย่งซื้อหน้าปั๊มที่มีราคาถูกกว่า 3.กองทุนน้ำมันมีหนี้สะสม 2 หมื่นกว่าล้านบาท แต่ไม่มีมติ ครม. ให้กองทุนน้ำมันกู้เงินมาชดใช้ให้กับผู้ค้าน้ำมันได้ ทำให้โรงกลั่นไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊มน้ำมัน เพราะยิ่งขาย ยิ่งขาดสภาพคล่อง ประชาชนทราบไอ้โม่งมีอยู่จริง รัฐบาลควรเอาจริงแก้ปัญหา เพราะสุ่มเสี่ยงให้ประชาชนคิดเลยเถิดว่า รัฐบาลกับไอ้โม่งเป็นพวกเดียวกัน
แนะลดค่ากลั่น-ภาษีสรรพสามิต
นายกรณ์กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันที่นายกฯส่งสัญญาณลอยตัวราคาน้ำมันนั้น ประชาชนสับสนว่า ราคาหน้าปั๊มจะไปถึง 50 บาทหรือไม่ ความล้มเหลวการควบคุมราคาเพราะรัฐบาลไม่ได้ไปดูสต๊อกน้ำมันของโรงกลั่นตั้งแต่แรก ปล่อยให้โรงกลั่นฟันกำไรขายน้ำมันในสต๊อกเดิมก่อนมีวิกฤติราคาน้ำมัน และให้โรงกลั่นขายน้ำมันในราคาค่าการกลั่นที่สูงกว่าปกติ 3 เท่า ได้กำไรจากสต๊อกน้ำมันเดิม และค่าการกลั่น ถึงเวลาต้องทบทวน เพราะทำให้ราคาน้ำมันแพงเกินจริง ส่วนภาษีสรรพสามิตน้ำมันอยู่ที่ 6.95 บาทต่อลิตร ไม่ลดแม้แต่สตางค์ รัฐบาลส่งสัญญาณให้ประชาชนประหยัดน้ำมัน รัฐบาลควรมีส่วนร่วมด้วย กำไรที่เกินควรจากโรงกลั่นควรแบ่งมาช่วยลดภาระในกองทุนน้ำมัน ควรลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 6 บาท 2 ข้อเสนอนี้จะช่วยให้น้ำมันถูกลงลิตรละ 9 บาท ทุกรัฐบาลมีวิกฤติของตัวเอง วิกฤติรัฐบาลชุดนี้คือ วิกฤติตะวันออกกลาง รัฐบาลควรพูดความจริง ไม่ผลักให้ข้าราชการ อธิบดี ปลัดกระทรวงต่างๆออกมาพูดแทนรัฐบาล ฝากรัฐมนตรีอย่าแอบ อย่าซ่อน อย่าหนี ประชาชนต้องการฟังคำชี้แจงเพื่อสร้างความมั่นใจ คลายความตื่นตระหนก

เบรกผลักภาระประชาชน
นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้คือ เหตุใดประชาชนหาปั๊มเติมน้ำมันไม่ได้ รัฐบาลจะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนอย่างไร น้ำมันจะไม่ขาดช่วง รัฐบาลต้องพูดความจริงให้หมดว่า ประเทศกำลังเผชิญปัญหาใหญ่เพียงใด เพราะปัญหาไม่ได้หยุดแค่ราคาน้ำมัน แต่ลามไปถึงค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต ราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจทั้งระบบ ต้องตอบให้ชัดจะช่วยใครก่อน ใช้งบจากไหน มีแผนรองรับช่วง 3-6 เดือนอย่างไร การปล่อยตามกลไกตลาดเป็นการปล่อยให้ประชาชนแบกรับภาระลำพัง ในระยะสั้นต้องเร่งแก้ปัญหาการกระจายน้ำมันให้ได้ก่อน และเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันเพิ่มจากหลายภูมิภาค ลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง จะหยุดแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไม่ได้ ต้องวางแผนสร้างความมั่นคงทางพลังงานอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย
