วิกฤตฝุ่นพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุด "เชียงใหม่" ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย จากสถานการณ์ "ไฟป่า" ในพื้นที่อำเภอสะเมิง และอำเภอฮอด พร้อมประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอีก 6 อำเภอ
วันที่ 31 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเชียงใหม่ยังต้องเผชิญกับมลพิษจากฝุ่นควันต่อเนื่องเป็นวันที่ห้า ล่าสุดนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกประกาศ เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยในพื้นที่อำเภอสะเมิง
โดยระบุว่า ด้วยอำเภอสะเมิงได้รายงานสถานการณ์อัคคีภัย ไฟป่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11 ตำบลสะเมิงใต้ หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ตำบลแม่สาบ หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6 ตำบลสะเมิงเหนือ และหมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8 ตำบลยั้งเมิน อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกายของประชาชนหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐ อันเป็นสาธารณภัย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด

...
ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการจัดการสาธารณภัยให้เป็นไปตามแผนการป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยแห่งชาติ ผู้อำนวยการจังหวัด จึงประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ในเขตพื้นที่ประสบภัยดังกล่าว ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือแผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง คำสั่ง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป
และประกาศ เขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ในพื้นที่อำเภอฮอด ในเขตพื้นที่ หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13 ตำบลหางดง หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ตำบลบ้านตาล หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ตำบลนาคอเรือ หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5 ตำบลฮอด หมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13 ตำบลบ่อหลวง และหมู่ที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10 ตำบลบ่อสลี อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ ยังประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอีก 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอฮอด อำเภอสะเมิง อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่วาง อำเภอแม่แตง และ อำเภอดอยสะเก็ด โดยมอบหมายให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ทั้งนี้ เมื่อประกาศแล้วจะสามารถนำงบประมาณทดรองราชการ ในเชิงป้องกัน หรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาใช้ได้ทันที เช่น ค่าอาหารเจ้าหน้าที่ดับไฟ ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการระดมกำลัง ด้านการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ กรมป่าไม้ และทหาร จะระดมกำลังเข้าพื้นที่วิกฤตได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดสามารถควบคุมพื้นที่ป่าไม้และดำเนินคดีกับผู้จุดไฟเผาป่าได้อย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่จังหวัดเชียงใหม่ยังคงสูงเกินมาตรฐานหลายเท่าตัว ในพื้นที่ตัวเมืองและอำเภอใกล้เคียง ค่าฝุ่นรายชั่วโมงสูงเกิน 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยฝุ่นควันหนาทึบ ประชาชนต่างพากันสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันฝุ่นควันพิษ
...
ขณะที่จังหวัดยังขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น และหากมีอาการผิดปกติทางสุขภาพ ให้รีบพบแพทย์โดยทันที โดยในแต่ละอำเภอจัดหน่วยงานสาธารณสุข รพ.สต. และ อสม. ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน แจกหน้ากากอนามัย พร้อมให้คำแนะนำการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ใช้บริการ “ห้องปลอดฝุ่น” และเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นละอองน้ำในพื้นที่ชุมชน
