“ทนายอั๋น” แฉ ภูมิใจไทยอาจรอด คดีฮั้ว สว. หลังมีภาพ “อนุกรรมการสอบคดีฮั้ว” ไหว้ต้อนรับ “อนุทิน” เปิดงาน MotoGP ยุ อธิบดีดีเอสไอ กล้าทิ้งทวน ออกหมายเรียก-หมายจับ กลุ่ม “อำนาจเจริญโมเดล”
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในคดีฮั้ว สว. ว่า ในส่วนของ กกต. คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 มีความเห็นสั่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กว่า 200 คน หนึ่งในนั้นคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่ง กกต.กลาง ได้ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ที่มาทำหน้าที่สืบสวนพิจารณาว่า สมควรสั่งฟ้องตามคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 หรือไม่ ถ้าคณะอนุกรรมการชุดนี้มีความเห็นไม่ควรสั่งฟ้องก็ถือว่า จบ แต่ในส่วนของคดีอั่งยี่-ซ่องโจร ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับผิดชอบคดี มีความเห็นสั่งฟ้อง 8 คน เป็น สว. 2 คน และ 1 คนเป็นอดีต สส. ส่วนอีก 5 คน เป็นผู้พลีชีพในเพจ จ.สุราษฎร์ธานี แต่อัยการตีสำนวนกลับและบอกว่า อย่าทำสำนวนชุ่ยๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเคยแฉการฮั้วในอำนาจเจริญโมเดล โดยมี นาง “ญ.” มือขวาของเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจเจริญ ที่กำลังจะได้ดิบได้ดี โอนเงินให้กับอดีต สส.สุราษฎร์ธานี หลายแสนบาท ที่นำไปกระจายต่อ ถ้าดูจากเส้นทางการเงิน พบว่าเงินมาจากอำนาจเจริญ แล้วมากระจายที่สุราษฎร์ธานี ถามว่า เมื่อสุราษฎร์ธานีโดน ทำไมอำนาจเจริญถึงไม่โดน คำตอบอาจเป็นว่า ถ้าอำนาจเจริญโดน มันใกล้บุรีรัมย์ ใกล้อ่างทอง ใกล้อุทัยธานี เพราะมีเส้นเงินไปถึง ตนจึงอยากเห็น พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี ดีเอสไอ ซึ่งได้ข่าวว่าจะถูกเก็บเข้ากรุเหมือนอดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่ก่อนจะออกจากตำแหน่ง ได้เซ็นแต่งตั้งทนายเปิดคดีเขากระโดงนำเข้าสู่กระบวนการสั่งฟ้อง ตนอยากเห็นอธิบดีดีเอสไอออกหมายเรียก ออกหมายจับที่อำนาจเจริญโมเดลด้วย
...

นายภัทรพงศ์ กล่าวต่อว่า ล่าสุดทราบว่า กกต. ได้ทำหนังสือ สอบถาม DSI ว่า ในสำนวนอั่งยี่และฟอกเงิน มีการสั่งฟ้องกรรมการบริหารพรรคและคนของพรรคภูมิใจไทยแล้วหรือไม่ ซึ่งดีเอสไอ ยืนยันว่าไม่มี ทำให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ได้จัดทำข้อสรุป เพื่อตัดจบคดี และทำให้พรรคภูมิใจไทยรอดจากคดีฮั้ว สว.

โดยนายภัทรพงศ์ ได้เปิดภาพ ร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการในคณะอนุกรรมการชุดวินิจฉัยฯ ขณะยกมือไหว้ ให้การต้อนรับนายอนุทิน ที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ขณะไปเปิดงานสนามเปิดฤดูกาล “MotoGP” 2026 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การมีพฤติกรรมเช่นนี้ทั้งที่เป็นผู้ที่ต้องตัดสินคดีของนายอนุทิน และมีกระแสข่าวว่า จะได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ คนต่อไป จึงทำให้เชื่อว่า หาก ร.ต.อ.ปิยะ ได้ขึ้นตำแหน่งนี้จริง คดีนี้ก็จะจบด้วยการสั่งไม่ฟ้องหรือไม่