คำว่า "ขีปนาวุธเต้นระบำ" ในบริบทของข่าวการทหารช่วงปี 2024-2026 มักถูกสื่อหรือนักวิเคราะห์ใช้เรียกขีปนาวุธในกลุ่ม Hypersonic Glide Vehicle (HGV) หรือขีปนาวุธที่มีความสามารถในการ Maneuver (ร่อนหลบหลีก) ด้วยความเร็วสูง สาเหตุที่ถูกเปรียบเปรยวิถีการทำงานของขีปนาวุธในลักษณะดังกล่าวว่า "เต้นระบำ" เป็นเพราะพฤติกรรมการบินด้วยมุมและวิถีทางที่แตกต่างจากขีปนาวุธวิถีโค้ง (Ballistic Missile) ทั่วไป


...
การเปลี่ยนทิศทางในชั้นบรรยากาศ
ขีปนาวุธทั่วไปจะบินเป็นเส้นโค้ง (พาราโบลา) ที่คาดเดาจุดตกได้ง่าย แต่ขีปนาวุธรุ่นใหม่ของอิหร่านอย่าง Fattah-1 และ Fattah-2 ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับทิศทาง (Zig-zag) ขณะอยู่ในชั้นบรรยากาศได้ ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศคำนวณสกัดกั้นได้ยากมาก Fattah มีครีบเล็กๆ ที่ใช้ในการปรับมุมบิน เมื่อตัวขีปนาวุธเข้าใกล้เป้าหมาย มันจะทำการเปลี่ยนแปลงมุมบินอย่างกระทันหันด้วยความเร็วสูงก่อนที่จะพุ่งเข้ากระทบกับเป้าหมายและระเบิดอย่างรุนแรงด้วยหัวรบระเบิดแรงสูง

เทคโนโลยีหัวรบของขีปนาวุธ Fattah (The Conqueror)
Fattah-1 เปิดตัวครั้งแรกช่วงกลางปี 2023 มีจุดเด่นที่หัวรบติดตั้งเครื่องยนต์สแคมเจ็ต ที่ขยับปรับเปลี่ยนทิศทางได้ (Movable Nozzle) ช่วยให้มัน "ส่าย" หรือเปลี่ยนทิศทางขณะพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วเหนือเสียงหลายเท่า


Fattah-2 พัฒนาต่อยอดเป็นแบบ Hypersonic Cruise หรือ Glide Vehicle ที่ร่อนอยู่ในระดับต่ำกว่าขีปนาวุธปกติ เพื่อหลบหลีกการตรวจจับของเรดาร์
วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของการคิดค้นขีปนาวุธที่สามารถปรับเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน การที่มันสามารถ "เต้นระบำ" หรือร่อนหลบหลีกได้นี้ มีเป้าหมายหลักคือการเจาะทะลวงระบบป้องกันขีปนาวุธที่มีความซับซ้อนสูง เช่น Arrow 3 ของอิสราเอล หรือ THAAD ของสหรัฐฯ อาศัยการคำนวณวิถีตกที่แน่นอนในการยิงสกัด เมื่อเข้าสู่ระยะป้องกัน ขีปนาวุธรุ่นใหม่ของอิหร่าน จะทำการปรับเปลี่ยนวิถีการบินอย่างรวดเร็ว ทำให้จรวดที่ใช้ต่อต้านเกิดความสับสนหรือพลาดเป้าหมายในการทำลาย
สรุปสั้นๆ มันคือการเปรียบเทียบถึง ความคล่องตัว (Maneuverability) ของขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกตระกูล Fattah ที่อิหร่านพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้หลบหลีกการสกัดกั้นนั่นเอง
สเปกของ Fattah (ฟัตตาห์) ซึ่งเป็นตระกูลขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic Missile) รุ่นล่าสุดของอิหร่าน ข้อมูลทางเทคนิคที่น่าสนใจแบ่งออกเป็น 2 รุ่นหลัก คือ
...

1. Fattah-1 รุ่นบุกเบิก (เปิดตัว มิ.ย. 2023) รุ่นนี้เป็นขีปนาวุธวิถีโค้งระยะปานกลาง (MRBM) ติดตั้งหัวรบแบบ MaRV (Maneuverable Reentry Vehicle) คือหัวรบที่ส่ายหลบหลีกได้ในขั้นตอนสุดท้าย มีความเร็วสูงสุด ประมาณ Mach 13 - 15 (ประมาณ 16,000 - 18,500 กม./ชม.) ระยะยิง 1,400 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนใช้เชื้อเพลิงแข็ง (Solid-fuel) ทั้ง 2 ส่วน (Booster และหัวรบ) จุดเด่นของ Fattah-1 รุ่นบุกเบิก คือ มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ที่ตัวหัวรบ (Movable Nozzle) ทำให้สามารถปรับทิศทางวงโคจรได้ทั้งในและนอกชั้นบรรยากาศ เพื่อหลอกระบบเรดาร์และคอมพิวเตอร์สกัดกั้น

...
2. Fattah-2 รุ่นอัปเกรด (เปิดตัว พ.ย. 2023 / เริ่มมีรายงานการใช้งานจริงช่วงต้นปี 2026) รุ่นนี้ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญ เพราะเปลี่ยนรูปแบบหัวรบเป็น HGV (Hypersonic Glide Vehicle) หรือ "ยานร่อนไฮเปอร์โซนิก" อย่างเต็มรูปแบบ ความเร็วสูงสุดรักษาระดับที่ Mach 15 ส่วนระยะยิง เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1,500 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อน ส่วนแรก (Booster) เป็นเชื้อเพลิงแข็ง แต่ตัวยานร่อน (HGV) ใช้ เชื้อเพลิงเหลว (Liquid-fuel) ซึ่งช่วยให้ควบคุมแรงดันเครื่องยนต์ (Thrust) ได้ละเอียดกว่า น้ำหนักหัวรบที่ติดตั้งใน Fattah-2 อยู่ที่ประมาณ 200 กิโลกรัม (เน้นความแม่นยำและการหลบหลีกมากกว่าการทำลายล้างเป็นวงกว้าง)
ความสามารถพิเศษในการ "เต้นระบำ":
Low Altitude Gliding: สามารถร่อนในระดับต่ำ (ประมาณ 12-30 กม. จากพื้นดิน) ซึ่งเป็นระดับที่ "เตี้ย" เกินกว่าที่ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธระดับสูงจะทำงานได้ดี และ "เร็ว" เกินกว่าที่ระบบป้องกันระดับต่ำจะเล็งเป้าทัน
Unpredictable Path: สามารถเลี้ยวโค้งในแนวราบ (Horizontal Maneuver) ได้อย่างอิสระ ทำให้เป้าหมายไม่รู้เลยว่าขีปนาวุธจะพุ่งมาจากทิศทางไหนจนกว่าจะถึงวินาทีสุดท้าย.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
...