สำนักงาน กสทช.ขยับขั้นตอนกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ จากใบอนุญาตที่ 1 เป็น 3 เตรียมชงบอร์ดอนุมัติ “ไตรรัตน์” ย้ำต้องมีการจัดระเบียบ ทำโซนนิ่งเพื่อไม่ให้กระทบการใช้พลังงานของประเทศในอนาคต หลังสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้สร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ส่งสัญญาณกังวลปัญหาทิ้งร้างหรือเป็นเครื่องมือทุนเทา ใช้เป็นช่องทางแก๊งมิจฉาชีพ หากไม่มีการกำกับดูแลที่รัดกุม

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้สำนักงานกสทช. เห็นควรจัดระเบียบผู้ขออนุญาตประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ใหม่ ด้วยการออกประกาศกสทช.เปลี่ยนใบอนุญาตจากประเภทที่ 1 เป็นประเภทที่ 3 โดยจะเสนอต่อที่ประชุมบอร์ดกสทช. เพื่อให้มีผลบังคับใช้ภายในปี 2569
...
สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1 คือผู้ให้บริการที่ไม่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง มุ่งเน้นการขายต่อบริการ (Reseller) หรือให้บริการเสริมต่างๆ เช่น บัตรโทรศัพท์ต่างประเทศ, บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ISP) โดยเช่าโครงข่ายผู้อื่น เป็นการอนุญาตแบบ "แจ้งให้ทราบ" ขณะที่ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบการที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง เพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปหรือผู้ให้บริการรายอื่น มีข้อกำหนดและข้อปฏิบัติที่เข้มงวด รัดกุม โดยผู้ให้บริการในกลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการเคเบิลใต้น้ำ เป็นต้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยเป็นจำนวนมาก หลายรายได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทำให้ประเทศไทยต้องกลับมาพิจารณาถึงความเหมาะสมในการจัดโซนนิ่ง เพื่อให้ไม่กระทบต่อพลังงานในอนาคต โดยนอกจากความกังวลเรื่องพลังงานในอนาคตแล้ว อีกสิ่งที่สถาบันการเงินเริ่มกังวลและสะท้อนผ่านสำนักงานกสทช.มา คือไม่มั่นใจว่าปล่อยกู้ไปแล้วจะเกิดการทิ้งร้างหรือไม่ รวมไปถึงความกังวลเรื่องทุนเทาที่อาจเข้ามาลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อใช้เป็นช่องทางส่งสายสื่อสารให้กับแก๊งมิจฉาชีพ
“เมื่อมีการเปลี่ยนใบอนุญาตเป็นแบบที่ 3 นอกจากจะได้รับค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือสำนักงานจะสามารถจัดระเบียบการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ เช่น การจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมกับพลังงานในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนอาจมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมพลังงานเพื่อให้เพียงพอต่อการใช้งาน ไม่กระทบกับการผลิตพลังงานที่ใช้กับประชาชน รวมถึงสามารถเรียกดูข้อมูลได้ว่า ผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ ให้บริการกับลูกค้ารายไหนบ้าง น่าเชื่อถือ หรือไม่ เราต้องดูผลกระทบในระยะยาวด้วย ไม่ได้ปิดกั้นการลงทุน โดยก่อนออกประกาศใหม่ จะต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อน”
อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม