“กรมราง” เดินหน้าศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้าใหม่ทั้งระบบ ทั้งรูปแบบ “โซนพื้นที่” และ “ตามระยะเวลาเดินทาง” คาดได้ข้อสรุปปลายปี 2569 หนุนนโยบายรัฐบาลลดค่าครองชีพประชาชน พร้อมพิจารณาควบคู่แผนซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า หวังกำหนดค่าโดยสารที่เหมาะสมโดยไม่เพิ่มภาระงบประมาณรัฐ

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น ว่า นโยบายสำคัญของรัฐบาลคือการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักในชีวิตประจำวันของคนเมือง ปัจจุบันรัฐบาลได้เริ่มดำเนินมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันในบางเส้นทาง เช่น รถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และมีแนวคิดที่จะผลักดันให้มาตรการดังกล่าวขยายผลครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกสายที่ให้บริการในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายค่าโดยสารในอัตราเดียวกันทั้งระบบยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้าแต่ละสาย เนื่องจากมีเงื่อนไขและรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะทยอยซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าบางโครงการ เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการโครงสร้างค่าโดยสารในภาพรวมของทั้งระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

...

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องการดำเนินนโยบายลดค่าโดยสารให้ประชาชน โดยไม่ให้เกิดภาระหนี้สาธารณะหรือภาระงบประมาณอุดหนุนจากภาครัฐมากเกินไป จึงได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางรางศึกษารูปแบบโครงสร้างค่าโดยสารที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อหาทางเลือกที่สมดุลทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชนและความยั่งยืนทางการเงินของระบบขนส่ง

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

นายพิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้กรมการขนส่งทางรางกำลังศึกษาทางเลือกของโครงสร้างค่าโดยสารในหลายรูปแบบ โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือการกำหนดค่าโดยสารแบบ “โซน” หรือ Zone Fare ซึ่งจะกำหนดพื้นที่การเดินทางออกเป็นช่วง ๆ ตามเขตพื้นที่ของเมือง แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระการอุดหนุนจากภาครัฐ เนื่องจากหากกำหนดค่าโดยสารเหมาจ่าย 40 บาทตลอดวันสำหรับทุกเส้นทาง อาจต้องใช้งบประมาณสนับสนุนจากรัฐจำนวนมาก แต่หากใช้ระบบโซนอาจช่วยลดภาระงบประมาณของภาครัฐลงได้ในระดับหนึ่ง

ภายใต้แนวคิดระบบโซน หากประชาชนเดินทางในระยะสั้น เช่น อยู่ในพื้นที่โซนชั้นในของเมือง หรือเดินทางไม่เกินประมาณ 8–10 สถานี ก็อาจยังสามารถใช้ค่าโดยสารใกล้เคียงกับอัตรา 40 บาทได้ โดยแทบไม่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ ขณะที่ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางระยะไกล ซึ่งในปัจจุบันบางกรณีมีค่าโดยสารสูงกว่า 100 บาทต่อเที่ยว หากใช้ระบบโซนอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายลงเหลือประมาณ 50–80 บาทต่อวัน ซึ่งยังถือว่าเป็นการช่วยลดภาระค่าเดินทางให้กับประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาทางเลือกอีกหนึ่งรูปแบบ คือการกำหนดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง หรือ Time-based Fare โดยจะกำหนดช่วงเวลาการเดินทาง เช่น ภายในช่วงเวลาที่กำหนดสามารถเดินทางได้ในอัตรา 40 บาท แต่หากใช้เวลาเดินทางนานเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด ก็จะมีการคิดค่าโดยสารเพิ่มตามช่วงเวลา ซึ่งแนวทางดังกล่าวเป็นระบบที่หลายประเทศในยุโรปนำมาใช้ เช่น ประเทศอิตาลี

สำหรับข้อมูลพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบัน พบว่าผู้โดยสารมีค่าเฉลี่ยการเดินทางประมาณ 8 สถานี หรือคิดเป็นระยะทางเฉลี่ยประมาณ 11.25 กิโลเมตรต่อเที่ยว และใช้เวลาเดินทางเฉลี่ยประมาณ 20 นาทีต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ดังนั้นหากมีการกำหนดช่วงเวลาในการเดินทาง เช่น 60 นาที ก็อาจครอบคลุมผู้โดยสารส่วนใหญ่ของระบบได้ ขณะที่ผู้โดยสารที่มีการเดินทางระยะไกลมากจริง ๆ มีสัดส่วนไม่เกินประมาณ 10% ของผู้โดยสารทั้งหมด

นายพิเชฐ กล่าวว่า ขณะนี้การศึกษายังอยู่ในขั้นตอนของการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคส่วนต่าง ๆ ควบคู่กับการวิเคราะห์ตัวเลขผลกระทบทางการเงินในแต่ละรูปแบบ เพื่อประเมินความเหมาะสมของโครงสร้างค่าโดยสารในระยะยาว ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางตั้งเป้าหมายว่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นของผลการศึกษาภายในช่วงปลายปี 2569 ก่อนเสนอผลการศึกษาให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา เพื่อกำหนดแนวทางนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เหมาะสมต่อไป

...

อย่างไรก็ตาม การดำเนินนโยบายดังกล่าวยังต้องพิจารณาควบคู่ไปกับแผนการซื้อคืนสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญในการกำหนดโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ในภาพรวมของทั้งระบบ หากยังไม่สามารถซื้อคืนสัญญาสัมปทานได้ครบทั้งหมด ภาครัฐอาจจำเป็นต้องใช้งบประมาณอุดหนุนค่าโดยสารในบางส่วน ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาอย่างรอบคอบและรัดกุม ก่อนกำหนดนโยบายอย่างเป็นทางการในอนาคต.

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม