“นายกรัฐมนตรี” ยืนยัน สงกรานต์นี้มีน้ำมัน ไม่ต้องกลัวกลับไม่ถึงบ้าน แต่ขอประชาชนร่วมมือกันประหยัด หากช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ จ่อนำไปเป็นมาตรการช่วยเหลือ รวมถึง “คนละครึ่งพลัส”
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวในช่วงหนึ่งของเวที “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ตอนหนึ่งในเรื่องน้ำมันและค่าครองชีพ ว่า ปัญหาค่าครองชีพ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อยเป็นลำดับแรก เป็นเหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์ต้องทำงานอย่างเต็มที่กับการสร้างลิสต์สินค้าควบคุม ซึ่ง ณ วันนี้สร้างมาถึง 66 รายการแล้ว มีเป้าหมายให้ไปถึง 71 รายการ รวมถึงมีมาตรการอื่นๆ ตามที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย หรือร้านธงฟ้า เราจะนำสินค้าเหล่านี้ออกมาให้พี่น้องประชาชนทั่วไปได้ซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด เป้าหมายคือจะให้ต่ำกว่าถึง 25% จากการถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ สินค้าเหล่านี้จะออกมาให้บริการประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้เป็นต้นไป
มาตรการเหล่านี้เป็นไปเพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน ราคาสินค้าและบริการนอกเหนือจากที่นอกเหนือจากลิสต์เหล่านี้ ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจจะขึ้นราคาตามกลไกตลาด เพราะไม่ใช่สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่พี่น้องประชาชนก็สามารถเลือกสินค้าที่มีความคุ้มค่า ไม่ซื้อสินค้าที่มีความรู้สึกว่าโก่งราคาจนเกินไป มีทางเลือกตลอดเวลา หากใครที่ชู้ตราคาขึ้นไปแล้วเขายังต้องแข่งขันกับสินค้าอื่นๆ อยู่ก็จะเจอกับสภาวะที่ขายไม่ออก กลไกตลาดจะบีบเขาให้ปรับราคากลับมาสู่ที่เป็นธรรม เพราะการแข่งขันในการขายสินค้าในตลาดจะต้องมีการแข่งขันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในเรื่องปริมาณ, คุณภาพ และราคา
...

ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วน ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เราได้เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนชุดใหญ่ ซึ่งกระทรวงการคลังจะไปดำเนินการไม่ว่าจะเป็นปรับลดภาษีสรรพสามิต การเพิ่มสวัสดิการต่างๆ การชดเชยราคาน้ำมันกับภาคการขนส่ง การช่วยเหลือเรื่องปุ๋ยแก่เกษตรกร การช่วยเหลือด้านพลังงานกับภาคการประมง หรือแม้กระทั่งการจัดวงเงินสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการ SME เป็นต้น แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อมีรัฐบาลใหม่
นายกรัฐมนตรี ระบุต่อไปว่า ขอให้พวกเราสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และขอความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ในการช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นหูเป็นตาร่วมกันกับรัฐบาลในการสอดส่องพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ที่ทำให้เกิดการเอาเปรียบพี่น้องประชาชนในเรื่องของการค้าน้ำมันหรือการละเมิดมาตรการสินค้าควบคุม ท่านสามารถสร้างเบาะแส รัฐบาลก็จะใช้กลไกต่างๆ ทั้งการปกครอง ความมั่นคง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จะเข้าไปจับกุมไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และดำเนินคดีโดยเฉียบขาด

ขอประชาชนร่วมลดค่าใช้จ่าย จ่อออกมาตรการ “คนละครึ่งพลัส”
ที่สำคัญคือ รัฐบาลขอให้พวกเราทุกคนพี่น้องประชาชนถ้าจะช่วยกันสร้างความมั่นใจและสร้างความมั่นคงในเรื่องของพลังงานในเรื่องน้ำมันให้มากขึ้น เราก็มาช่วยกันปรับวิถีชีวิตเพื่อการประหยัดพลังงาน เราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน ยกตัวอย่าง 10 ล้านครอบครัว ถ้า 1 ครอบครัวลดการใช้เพียงครอบครัวละ 1 ลิตร ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันประเภทไหน ประเทศไทยก็จะลดการใช้น้ำมันได้ถึงวันละ 10 ล้านลิตรทันที เท่ากับลดการนำเข้าหรือไปเพิ่มสำรองวันละ 10 ล้านลิตรในคลังของเรา ก็สามารถที่จะลดภาระชดเชยจากภาครัฐ ที่เราชดเชยประมาณ 20 บาทต่อลิตรต่อวัน รัฐบาลประหยัดงบประมาณในการชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ไปแล้ว 200 ล้านบาทต่อวัน พี่น้องประชาชนที่ช่วยกันลดการใช้น้ำมันครอบครัวละ 1 ลิตร ถ้า 10 ล้านครอบครัว เฉลี่ยลิตรละ 40 บาท ก็ลดค่าใช้จ่ายภาคประชาชนได้ 400 ล้านบาทต่อวัน
โดยรวมคือถ้าเราร่วมกันลดค่าใช้จ่าย ลดการใช้น้ำมันเพียง 1 ลิตรต่อ 1 ครอบครัว เราเซฟเงินได้วันละ 600 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้เราสามารถที่จะนำไปเพิ่มมาตรการในการช่วยเหลือในเรื่องต่างๆ มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ก็จะต้องออกมาทันทีเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีทางเลือกในการใช้ค่าใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจในยามที่เราอยู่ในสถานการณ์วิกฤตการณ์ทางด้านน้ำมัน เพราะฉะนั้นถ้าเรามาร่วมมือร่วมใจกันก็จะสามารถวิกฤตการณ์นี้ไปได้แน่นอน

สงกรานต์นี้มีน้ำมัน ไม่ต้องกลัวกลับไม่ถึงบ้าน
“สงกรานต์นี้ ผมได้เรียกประชุมทุกหน่วยงาน และเมื่อวาน (27 มีนาคม) ก็ได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 77 จังหวัด ไม่เคยประชุมกันนานขนาดนี้ ประชุมกับผู้ว่าฯ ในฐานะที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย ผมไล่จี้ไปในรายจังหวัด ถามในจังหวัดที่สำคัญๆ เกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์น้ำมัน และก็ได้แจ้งให้ท่านเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในแต่ละจังหวัด ถ้าทุกท่านสามารถที่จะควบคุมไม่ให้เกิดการช็อตหรือการขาดน้ำมันในแต่ละจังหวัดได้ ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของท่าน ทุกจังหวัดก็จะมีน้ำมันไว้บริการพี่น้องประชาชน ในภาวะปกติพี่น้องประชาชนกลับบ้านสงกรานต์นำรถเติมน้ำมันปกติ แต่ถ้าไปเอาแกลลอนไปเติมเพิ่มเป็น 200-300 ลิตรต่อคัน แบบนี้เท่าไหร่ก็ไม่พอ”
นายอนุทิน เผยต่อไปว่า เราต้องกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ น้ำมันก็จะมีให้พี่น้องประชาชนเติมตลอด ไม่ต้องกลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการว่าจะต้องบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปั๊มน้ำมันที่อยู่บนถนนหลัก จะต้องไปบริหารว่าปั๊มน้ำมันมีน้ำมันบริการอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้ยืนยันกลับมาว่า ณ เมื่อวานนี้ สถานการณ์การจ่ายน้ำมันที่ปั๊มดีมากขึ้นแล้ว ในส่วนของจ็อบเบอร์ที่นำน้ำมันไปขายโดยตรงยังชุมชนหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ทุกวันนี้ก็ได้ราคาที่ไม่แตกต่างจากราคาหน้าปั๊มแล้ว ไม่มีเหตุที่ชุมชนนั้นจะมาขอแชร์เติมน้ำมันจากปั๊มทั่วไป เพราะฉะนั้น ระบบตรงนี้ได้ทำการแก้ไขไปแล้ว
“ย้ำอีกครั้งครับเราใช้น้ำมัน 67 ล้านลิตรต่อวันมาโดยตลอด จนถึงวันที่ 1 มีนาฯ ช่วงที่มีวิกฤตการณ์เราไปใช้ 80 กว่าล้านลิตร มันก็เลยมีช่องอยู่อีก 20 ล้านลิตร ที่ทำให้เกิดการขลุกขลักขาดแคลนขึ้นมา แต่กำลังการผลิตของเรา 77 ล้านลิตร เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเทียบแล้วระหว่างการใช้น้ำมันในภาวะปกติ กับกำลังการผลิตในการกลั่นน้ำมันของเรามีเพียงพอ เรายังเจียดส่วนนี้ไปขายที่ประเทศลาววันละ 5 ล้านลิตรด้วยซ้ำ แต่เมื่อวานนี้ได้หารือกับทาง ปตท. และกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจยิ่งขึ้น ณ ขณะนี้ ปตท. และโรงกลั่นต่างๆ ยังมีขีดความสามารถในการติดต่อประสานซื้อน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา ยังมีคนขายเราอยู่ และตรงนี้ก็เป็นราคาที่เป็นราคาตลาดโลกทั่วไป แต่เราจะเอาส่วนนี้ไปขายประเทศลาว”
สรุปได้ว่า จากนี้ไปน้ำมันทุกหยดที่ได้จากประเทศไทยจะเก็บเอาไว้ให้คนไทยได้ใช้ แต่ถ้าใช้ด้วยความตระหนักส่วนที่เหลือก็จะกลับมาเป็นสำรองน้ำมันที่จะทำให้เรามีความมั่นใจว่า เหตุการณ์จะยืดเยื้อไปขนาดไหนเราก็จะมีสำรองน้ำมันที่จะทำให้การดำเนินกิจการต่างๆ ในประเทศของเราเป็นไปด้วยความปกติ เราพยายามบริหารสถานการณ์ตอนเกิดเหตุการณ์วันแรก สำรองน้ำมันเรามีเพียง 62 วัน เราพยายามบริหารสต็อกและโลจิสติกส์ต่างๆ ทำให้สามารถดันสำรองน้ำมันขึ้นมาเป็น 100 วัน
ถ้าวันนี้พี่น้องประชาชนลดการใช้น้ำมันได้ครัวเรือนละ 1 ลิตร เราก็จะมีน้ำมันเพิ่มรวมกับสิ่งที่เราไม่ต้องเอาน้ำมันที่กลั่นไปขายต่างประเทศ เพราะเราจะทำหน้าที่เป็นคนกลางเอาน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศขายตรงไปที่ประเทศลาว โดยผ่านการดำเนินการของเราซึ่งเราก็จะมีรายได้จากส่วนนั้นด้วย แต่ไม่กระทบในประเทศ เราจะมีน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 ล้านลิตรต่อวัน ก็จะทำให้ปริมาณสำรองของน้ำมันเพิ่มมากขึ้นไปเรื่อยๆ

น้ำมันสำรองรัฐมีอำนาจบริหารจัดการได้
ต่อข้อคำถามที่บอกว่าน้ำมันเหล่านี้ไม่ใช่ของรัฐ แต่เป็นของ ปตท. เป็นของโรงกลั่น เป็นของบริษัทมหาชนนั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เขาถูกสำรองโดยกฎหมาย เมื่อสำรองแล้วถ้ามีความจำเป็นจะต้องใช้ รัฐมีอำนาจที่จะเข้าไปดำเนินการใช้สำรองนั้น เคลื่อนย้ายไม่ได้ มีอำนาจในการควบคุมน้ำมันสำรองอยู่ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า เวลาคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็สร้างข้อความที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ แต่ด้วยวัตถุประสงค์ใดๆ ก็แล้วแต่ ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจว่า รัฐได้คำนึงถึงปัจจัยเหล่านั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำรองน้ำมันที่มีทุกฤดูในประเทศไทย คือสำรองตามกฎหมายที่เราบังคับให้เขาต้องสำรอง และรัฐสามารถนำน้ำมันสำรองนี้ไปบริหารจัดการได้ตามคำสั่งของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นของบริษัทใดก็ตาม
ขอให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจตรงนี้ด้วย และรัฐบาลก็พร้อมที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไปเพื่อทำให้สถานการณ์ทั้งหมดและความกังวลทั้งหมดของพี่น้องประชาชนค่อยๆ ลดลงไป เข้าใจว่าลดใน 1-2 วันไม่ได้ แต่สงกรานต์นี้ขอให้ความมั่นใจได้ว่าประชาชนเดินทางกลับบ้านได้ พร้อมทั้งขอให้ใช้ขนส่งสาธารณะ และ Carpool (ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน) ก็จะเป็นการยิ่งกว่าเพิ่มความมั่นใจในการใช้น้ำมันอย่างเพียงพอ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะทำงานต่อเนื่องเพื่อลดความเสี่ยงและลดปัญหาต่างๆ ให้มากที่สุดในแต่ละวัน.
