เปิดไทม์ไลน์คำสั่งตาย อุ้มฆ่าเผา ผจก.หนุ่มบริษัทขายเครื่องมือแพทย์ “ว่าที่ร้อยตรี” หัวหน้าแก๊ง เป็นคนรับงานได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท แบ่งทีมเผาศพอำพราง คาดเผ่นหนีไปประเทศลาว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งไล่ล่า คาดได้ตัวเร็วๆนี้
เมื่อช่วงสายวันที่ 4 มีนาคม 2569 พล.ต.ต.เกียรติคุณ สนธิเณร ผบก.น.2 กล่าวถึงคดีแก๊งอุ้มฆ่าผู้จัดการบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นบุคคลเดียวกับนายรุทธ์ หรือไม่ เบื้องต้นคาดว่าเป็นบุคคลเดียวกัน แต่ต้องรอผลตรวจยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ส่วนแนวทางการสืบสวนที่ผ่านมา ตำรวจขอศาลออกหมายจับในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นและกักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว รวม 8 คน สามารถจับกุมได้แล้ว 7 คน หลบหนีอีก 1 คน
...
เปิดไทม์ไลน์อุ้มฆ่าผู้จัดการหนุ่ม เผาหมกบ้านร้าง
โดยเบื้องต้นพบว่าทีมอุ้มชุดแรก 6 คน ได้อุ้มนายรุทธ์ไปตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ไปยังบ้านเช่า อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ก่อนหมดหน้าที่ ซึ่งกลุ่มนี้อ้างว่าเจอนายภูเมธเพียงคนเดียว จากนั้นมีทีมอุ้มอีก 1 ชุด เข้ามารับช่วงต่อ ซึ่งยังไม่ทราบจำนวนที่ชัดเจน แต่มีนายภูเมธ อยู่ในชุดที่ 2 แน่นอน โดยคาดว่าชุดที่ 2 มีการสังหารนายรุทธ์ที่ จ.สมุทรปราการ ในวันที่ 19 ก.พ. ตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เข้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งคราบเลือดที่บ้านเช่าดังกล่าวแล้ว แต่จุดนี้ไม่พบร่องรอยการเผา จึงอยู่ระหว่างขยายผลต่อว่าทีมอุ้มชุดที่ 2 ได้นำร่างนายรุทธ์ออกจาก จ.สมุทรปราการ ไปยังจุดไหนต่อ
แต่จากข้อมูลพบว่าได้มีการนำร่างนายรุทธ์ใส่รถ เดินทางไปยัง จ.นครสวรรค์ ต่อ จ.เพชรบูรณ์ ก่อนที่จะมาพบร่างนายรุทธ์ ถูกเผาไหม้เกรียมอยู่ที่บ้านร้าง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี โดยที่เกิดเหตุยังพบผ้าปิดตา ผ้าปิดปาก มืออยู่ในลักษณะไพล่หลัง รวมทั้งยังมีผ้าห่อศพด้วย

นอกจากนี้ชุดสืบสวนยังได้มีการเชิญญาติผู้เสียชีวิต รวมทั้งผู้หญิงในคลิปที่ถูกถ่าย มาให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว โดยยืนยันว่าได้สอบปากคำในทุกประเด็นตั้งแต่เรื่องธุรกิจ เรื่องประโยชน์ ตลอดจนเรื่องชู้สาว
ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุขณะนี้ ตำรวจได้มีการขยายผล นอกเหนือจากที่มีรายชื่อ 8 คน โดยมีรายงานว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มอีก 3 คน ส่วนผู้ต้องหารายที่ 8 คือ นายภูเมธ ซึ่งเป็นผู้รับงานว่าจ้าง จากข้อมูลพบว่าเจ้าตัวมีการเคลื่อนไหวอยู่ที่ จ.นครพนม และ จ.หนองคาย คาดว่าเจ้าตัวน่าจะหลบหนีออกชายแดนไปฝั่งประเทศลาวแล้ว สำหรับบุคคลที่ได้ประกันตัวในชั้นศาลแล้ว 2 คน วงเงินประกัน 20,000 บาท คือ นายเผ่าทอง และนายวีรวิชญ์ ถ้าหากหลักฐานมีความชัดเจนว่าเป็นผู้ก่อเหตุ ทำให้นายรุทธ์เสียชีวิต ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม และสาเหตุการอุ้ม จากรายงานพบว่า ขบวนการอุ้ม ได้ค่าจ้าง 300,000 บาท แต่นายภูเมธ ผู้สั่งการได้เน้นย้ำให้เอาโทรศัพท์ผู้ตายมาให้ได้ จะให้เงินเพิ่มอีก 50,000 บาท โดยขณะนี้ตำรวจเองก็ยังไม่ได้โทรศัพท์ที่เป็นหลักฐานสำคัญ
...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย
1.ว่าที่ร้อยตรีวีรวิชญ์ หรือขวัญ พิทักษ์ทรัพยากร อายุ 43 ปี อาชีพบอดี้การ์ด ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 2ขภ 1239 กรุงเทพมหานคร
2.นายเผ่าทอง หรืออั้ม ทองวิไล อายุ 36 ปี อยู่ในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ดำ ทะเบียน 9293 สุพรรณบุรี
3.นายอภิสิทธิ์ หรือปอร์น หนูงามเข็ม อายุ 25 ปี อยู่ในรถคันเดียวกัน
4.นายพงศ์สิทฐ์ หรือเป้ มลิพันธุ์ อายุ 30 ปี ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ดำ ทะเบียน9293 สุพรรณบุรี
5.นายจักรพันธ์ หรือเจ สมเสร็จ อายุ 25 ปี ถือแฟ้มข้อมูลของนายรุทธ์
6.นายบุญญพัฒน์ หรือสันติ ชุมนุม อายุ 25 ปี ขี่รถจยย.ชนท้าย
7.นายสิทธิโชค หรือแบ๊ค โชครัตนคีรี อายุ 29 ปี อยู่ในรถสีเทา ดำ โดยทั้ง 7 ราย ถูกจับกุมตัวส่งศาลอาญาแล้ว
คงเหลือรายที่ 8. ว่าที่ร้อยตรี ภูเมธ หรืออาร์ท เงินศรีชัย อายุ 48 ปี
...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไทม์ไลน์ของแก๊งอุ้มนี้มีการทำงานกันอย่างมืออาชีพ โดยมีการโทรนัดเหยื่อไปที่บ่อตกกุ้ง ขณะเหยื่อกำลังขับรถจะเลี้ยวเข้าบ่อตกกุ้ง นายบุญญพัฒน์ ขี่รถชนท้าย เพื่อให้เหยื่อลงมาเจรจาค่าเสียหาย โดยเข้าไปเจรจากันที่ลานจอดรถของบ่อตกกุ้ง ซึ่งทีมอุ้มได้นั่งอยู่ในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ดำ กัน 5 คน จากนั้นได้ลงมาจากรถ 3 คน ลากเหยื่อจากรถส่วนตัวไปขึ้นรถคันดังกล่าวที่เปิดประตูและสตาร์ทรถรอ โดยมีนายบุญญพัฒน์ คอยดูลาดเลา จากนั้นได้ขับรถกันออกไป โดยมีรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีขาวอีกคันตามปิดขบวน แล้วได้ขับรถไปส่งเหยื่อที่บ้านเช่าที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีว่าที่ร้อยตรีภูเมธ รอต้อนรับอยู่เพียงคนเดียว
จากนั้นทุกคนหมดหน้าที่ต่างแยกย้ายกันไป ว่าที่ร้อยตรีภูเมธ ทำการเค้นสอบและทำร้ายร่างกายเหยื่อจนเสียชีวิต แล้วนำศพขึ้นรถโตโยต้า วิช สีบรอนซ์เทา ขับออกไปมุ่งหน้า อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านแฟนสาว ระหว่างทางได้แวะซื้อจอบ พลั่ว ที่ร้านขายอุปกรณ์การเกษตร เพื่อจะเอาไปขุดดินฝังศพเหยื่อ แต่คิดว่ายุ่งยาก จึงนำไปเผายังที่พบศพ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี จากนั้นได้นำจอบและพลั่วไปไว้ที่บ้านแฟนที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน แล้วได้ขับรถไปทางจ.หนองคาย และได้หนีออกไปทางชายแดนประเทศลาว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งไล่ล่า คาดว่าจะได้ตัวเร็วๆนี้
ส่วนมูลเหตุการฆาตกรรมครั้งนี้ มีรายงานว่าหญิงสาวที่เหยื่อแอบมีสัมพันธ์ด้วยนั้น มีลูกอยู่ด้วยกัน อายุ 9 ขวบ แต่สามีไม่ได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งสามีเริ่มระแคะระคายมา 5-6 เดือนแล้วว่ามีผู้ชายมาข้องแวะด้วย ประกอบกับระหว่างที่ทั้งเหยื่อและฝ่ายหญิงมีความสัมพันธ์กัน ได้มีการอัดคลิปวิดีโอไว้ ซึ่งฝ่ายหญิงรู้ว่าเหยื่อเป็นคนมีเงินและกำลังจะแต่งงานกับแฟนสาวในวันที่ 7 มี.ค.นี้ จึงคิดว่าจะเอาคลิปนี้ไว้แบล็กเมล์ แต่สามีดันมาเห็นคลิปนี้เสียก่อน จึงเกิดความแค้น จนกระทั่งเหตุการณ์กลับตาลปัดดังกล่าว
...