พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.เผยกลางที่ประชุม นบ.ยส.24  จากสถิติทั้งประเทศ พบข้าราชการ ภาค 3 และ ภาค 4 ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุด เดือนที่แล้ว เพิ่งสืบทางลับจับตำรวจ 1 นาย มีโล่ดีเด่นเต็มบ้าน แต่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการ และมีการยึดทรัพย์หลายล้านบาท

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มีนาคม 2569 พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) และ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส.24) พร้อมด้วย พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แถลงผลการประชุมเชิงปฏิบัติการและสรุปผลการปฏิบัติงานที่สำคัญ รอบ 6 เดือน หรือ 2 ไตรมาส ห้วงตุลาคม 2568-มีนาคม 2569 พร้อมมอบรางวัลหน่วยที่มีผลการตรวจยึดจับกุมดีเด่น แก่หน่วยระดับกองร้อย จำนวนทั้งสิ้น 48 หน่วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับกองพล

โดยมี ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 1.เลย 2.หนองคาย 3.บึงกาฬ 4.นครพนม 5.มุกดาหาร 6.อำนาจเจริญ และ 7.อุบลราชธานี ณ โรงแรมเวลาดี เขตเทศบาลเมืองนครพนม

เนื่องจากปัจจุบันปัญหาการลักลอบนำเข้ายาเสพติด และการแพร่ระบาดของยาเสพติด มีความรุนแรงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาล และ ป.ป.ส. จึงได้กำหนดพื้นที่พิเศษที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กำหนดพื้นที่ 7 จังหวัด 25 อำเภอชายแดน และได้จัดตั้ง นบ.ยส.24 ขึ้นมารับผิดชอบ รวมทั้งได้มอบหมายให้ กองทัพภาคที่ 2 เป็นหน่วยหลักในการจัดตั้ง และให้แม่ทัพภาคที่ 2 เป็น ผบ.นบ.ยส.24

ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ และเพิ่มประสิทธิภาพ การปฏิบัติงานเชิงยุทธการในพื้นที่ชายแดน ผ่านการบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งด้านการสกัดกั้น ปราบปราม และป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมีการรายงานผลการดำเนินงาน ได้แก่ ส่วนสกัดกั้น (การเฝ้าตรวจ ลาดตระเวนทางบกและทางน้ำ การตั้งจุดตรวจ และตรวจสอบสถานประกอบการโลจิสติกส์), ส่วนปราบปรามขยายผล (การดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดในทุกมิติ) และส่วนป้องกัน/บำบัดรักษา (การสร้างชุมชนเข้มแข็ง การประชาสัมพันธ์ การฝึกอบรม และการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพ)

พลโทวีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2 กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและครบวงจร ตามแผนปฏิบัติการปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สังคมไทยปลอดภัยจากยาเสพติด ด้วยมาตรการทางเลือกใหม่สู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน” ครอบคลุม 7 มาตรการหลัก ทั้งการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การป้องกัน การปราบปราม การยึดทรัพย์สิน การบำบัดรักษา ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกำหนดพื้นที่เร่งด่วนตามแนวชายแดน 7 จังหวัด 25 อำเภอ และจัดตั้ง นบ.ยส.24 เพื่อยกระดับการสกัดกั้นยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

...




ด้าน พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า สถานการณ์ใน นบ.ยส.24 ต่างจากที่อื่นเพราะมีเรื่องการแพร่ระบาดสูง โดยภาค 3 และ ภาค 4 มีเหตุจิตเวชก่อเหตุสะเทือนขวัญอยู่ในระดับสูง อีกเรื่องที่สำคัญ คือ ข้าราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการ เริ่มตั้งแต่เสพไปจนถึงร่วมค้า ร่วมนำเข้าส่งออกเสียเอง เดือนที่ผ่านมา ป.ป.ส.ได้สืบสวนทางลับจับข้าราชการตำรวจ 1 นาย ซึ่งเป็นตำรวจสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 มีโล่ดีเด่นเต็มบ้าน โดยใช้ทักษะทางวิชาชีพด้านการสืบสวนจับกุม ไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งยึดทรัพย์ได้จำนวนหลายล้านบาท

“ในสถิติของทั้งประเทศ ข้าราชการที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ภาค 3 และ ภาค 4 มากที่สุด อยากให้สอดส่องดูแลกำกับผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นการดำรงตนเป็นข้าราชการที่ดี เป็นตัวอย่างการใช้เครื่องแบบเราเพื่อปกป้อง ทำให้สังคมมีความสุข ไม่ใช่เราไปสนับสนุน เพื่อให้ขบวนการเขาปีกกล้าขาแข็งและทำร้ายประเทศเรา” เลขา ป.ป.ส.กล่าว

สำหรับปฏิบัติการแก้ปัญหายาเสพติดเชิงรุก ผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนหรือ สองไตรมาสที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดยาบ้าได้กว่า 100 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 7 ตันหรือ 7 พันกิโลกรัม และเฮโรอีน 196 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท โดยเมื่อเทียบกับปี 2568 พบว่าการจับกุมยาบ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 14 และยาไอซ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 183 สะท้อนถึงความเข้มข้นของการบังคับใช้กฎหมายและความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นรูปธรรม.