“พร้อมพงศ์” ชมภาครัฐมาถูกทาง ตรึงราคาน้ำมัน รณรงค์ประหยัดพลังงาน เสนอเร่งดันสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดโลก รับมือความเสี่ยงวิกฤตอาหาร ชูไทยจุดหมายปลายทางปลอดภัย เตรียมรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก


วันที่ 14 มีนาคม 2569 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานในตะวันออกกลาง จากการสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ว่า การที่รัฐบาลพยายามตรึงราคาน้ำมันและพลังงาน พร้อมรณรงค์ให้หน่วยงานรัฐและเอกชนประหยัดพลังงาน เช่น การส่งเสริมการทำงานจากที่บ้าน รวมทั้งกำชับหน่วยงานภาครัฐหากไม่จำเป็นให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปต่างประเทศ ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและมาถูกทางในช่วงเวลาที่สถานการณ์พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง

ทั้งนี้ การรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานให้นานที่สุด เป็นการช่วยลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคขนส่ง ภาคการผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้ต้นทุนสินค้าและบริการต่างๆ ปรับเพิ่มตามไปด้วย จึงขอให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีมาตรการกำกับดูแลไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบประชาชน

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น ความผันผวนของสถานการณ์โลกย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส

“วิกฤตพลังงานโลก อาจกลายเป็นโอกาสของประเทศไทย หากเราผลักดันสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารของไทยสู่ตลาดโลกอย่างจริงจัง”

ก่อนจะเผยอีกว่า หากความตึงเครียดของโลกยืดเยื้อ อาจส่งผลให้หลายประเทศเผชิญแรงกดดันด้านความมั่นคงทางอาหาร ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านการเกษตร มีสินค้าเกษตรและวัตถุดิบอาหารที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลกจำนวนมาก แนวคิด “ครัวไทยสู่ครัวโลก” จึงควรถูกผลักดันอย่างจริงจัง เพื่อให้สินค้าเกษตรของพี่น้องเกษตรกรไทยสามารถส่งออกไปยังตลาดโลกได้มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร แต่ยังช่วยสร้างเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ

...

ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว นายพร้อมพงศ์ ระบุว่า แม้ช่วงเวลานี้หลายประเทศอาจชะลอการเดินทางจากสถานการณ์โลก เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ประเทศไทยควรเตรียมความพร้อมด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ทั้งการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ประเทศไทยไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่สามารถสะท้อนภาพลักษณ์ว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัย เป็นมิตร พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจากทั่วโลก เมื่อสถานการณ์โลกเริ่มผ่อนคลาย