“พิพัฒน์” นำประชุม ศบก. ติดตามแนวทางกระจายน้ำมันสำรอง กำชับรักษาข้อมูลที่ประชุม ต้องสื่อสารไปในทิศทางเดียวกัน ยันไม่เจตนาปิดบัง หวั่นกระทบความเชื่อมั่น ปชช.

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีรายงานว่าติดภารกิจในช่วงต้นของการประชุม แต่จะเข้าร่วมการประชุมด้วยเมื่อเสร็จภารกิจส่วนตัว

นายพิพัฒน์ กล่าวเปิดการประชุมว่า จากการที่มีการประชุมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการเร่งด่วน 3 เรื่องเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอหน้าสถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ 1. การผ่อนปรนการสำรองน้ำมันเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ เพื่อรองรับความต้องการส่วนเกินที่ผิดปกติในช่วงนี้ 2. ผ่อนผันการเดินรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศเพื่อให้สามารถขนส่งน้ำมันได้เร็วขึ้น และ 3. การเข้มงวดป้องกันการกักตุนน้ำมัน ซึ่งเมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีเพื่ออนุญาตให้ผู้ประกอบการนำน้ำมันสำรองตามกฎหมายออกมาให้บริการแก่ประชาชน ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การประชุมในวันนี้จึงเป็นการติดตามความก้าวหน้าตามมาตรการข้างต้น โดยเฉพาะการนำน้ำมันสำรองมาให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งจะสามารถเริ่มต้นได้เมื่อไรและมีปริมาณเท่าใดในแต่ละวัน เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า น้ำมันจะถูกกระจายอย่างทั่วถึงและเพียงพอ

นายพิพัฒน์ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการรักษาความลับและข้อมูลของการประชุมทุกครั้ง โดยขอความร่วมมือให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การสื่อสารต่อสาธารณะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีความถูกต้องแม่นยำ

“เราไม่ได้มีเจตนาปิดบังข้อมูล แต่สถานการณ์ที่ในหลายประเด็นยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการเผยแพร่ เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนและการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ศบก. บ่ายนี้ ยังมีผู้บริหารและตัวแทนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัทพีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน), บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมประชุมอีกด้วย

...