ชายเม็กซิกันเสียชีวิตในศูนย์กักกันของ ICE เป็นรายที่ 14 ของปีนี้ ด้านรัฐบาลเม็กซิโกเตรียมช่วยเหล่าผู้ถูกกักกันส่งฟ้อง พร้อมนำเรื่องเข้าหารือกับคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนระหว่างอเมริกา
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) แถลงในวานนี้ (30 มี.ค.) ว่ามีชายผู้อพยพชาวเม็กซิกันรายหนึ่งเสียชีวิตขณะอยู่ในการควบคุมตัวที่สถานกักกันในนครลอสแองเจลลิส เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ยอดรวมของจำนวนผู้เสียชีวิตขณะอยู่ในการควบคุมตัวของ ICE ในปี 2026 นี้ สูงถึงอย่างน้อย 14 ราย เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากรัฐบาลเม็กซิโก
ชายผู้เสียชีวิต นาย Jose Guadalupe Ramos-Solano วัย 52 ปี ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบ บนเตียงนอนในศูนย์อาเดลันโต (Adelanto ICE Processing Center) ในสภาพหมดสติและไม่แสดงการตอบสนองใด ๆ เจ้าหน้าที่จึงประสานแพทย์ประจำสถานกักกันเข้าให้ความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนเขาจะเสียชีวิตลงในเวลาต่อมา
การผลักดันมาตรการเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมายครั้งใหญ่เกิดขึ้นตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เข้ารับตำแหน่งในสมัยที่ 2 เมื่อปี 2025 โดยเขาให้คำมั่นว่าว่าจะกักตัวและส่งผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจำนวนหลายล้านคนกลับประเทศ ส่งผลให้จำนวนผู้ถูกจับกุมและส่งไปกักกันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 68,000 ราย เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มผู้เห็นต่างมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุและเสี่ยงเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยในปี 2025 มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกกักตัวอย่างน้อย 31 ราย นับเป็นสถิติที่สูงที่สุดในรอบ 20 ปี และหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ยอดผู้เสียชีวิตในปีนี้อาจมีแนวโน้มพุ่งสูงเกินกว่าสถิติเดิม
...
นาย Jose Guadalupe Ramos-Solano ถูกจับกุมในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในเมืองทอร์รันซ์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 2025 เขาเคยถูกจับกุมในความผิดฐานครอบครองสารควบคุมและลักทรัพย์ โดยผลการตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนถูกคุมขังพบว่า เขามีโรคประจำตัวคือเบาหวาน คอเลสเตอรอลสูง และความดันโลหิตสูง
โดยนาย Jose Guadalupe Ramos-Solano เป็นผู้อพยพรายที่ 4 ที่เสียชีวิตระหว่างถูกกักตัว ณ ศูนย์กักกันอาเดลันโต นับตั้งแต่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์เข้ามาบริหารประเทศ โดยผู้เสียชีวิตทั้งสี่รายนี้ล้วนเป็นชายชาวเม็กซิกัน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศเม็กซิโกแถลงว่าจะยื่นเอกสารเพื่อสนับสนุนการฟ้องร้องของกลุ่มผู้ถูกกักกัน ในข้อกล่าวหาด้านสภาพความเป็นอยู่ที่ย่ำแย่ของสถานกักกัน การดูแลทางการแพทย์ที่ไม่ทั่วถึง สภาพสุขอนามัยที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการใช้มาตรการกักตัวแยกเพื่อเป็นการลงโทษ นอกจากนี้ทางกระทรวงฯ ยังจะนำประเด็นการเสียชีวิตของผู้อพยพเข้าหารือกับคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งทวีปอเมริกา (IACHR) ต่อไปอีกด้วย
ระหว่างการแถลงข่าว ณ สถานกงสุลเม็กซิโกในนครลอสแอนเจลิส นาง Vanessa Calva Ruiz นักการทูตเม็กซิโก กล่าวว่าการเสียชีวิตครั้งล่าสุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มตัวเลขที่น่ากังวลของเหตุการณ์ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ ที่ได้เริ่มขึ้นในปี 2025 หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่ง โดยเธอระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเหล่านี้สะท้อนถึงความล้มเหลวเชิงระบบ ข้อบกพร่องในการดำเนินงาน และอาจรวมถึงความประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่
ขณะที่โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ได้ออกมาโต้แย้งถึงสภาพความเป็นอยู่ภายในสถานกักกัน โดยยืนยันว่าสถานกักกันมีมาตรฐานการดูแลที่สูงกว่าเรือนจำส่วนใหญ่ที่ใช้คุมขังพลเมืองสหรัฐฯ และมีการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเหมาะสม โดยทางการกำลังเร่งขยายพื้นที่เพื่อรองรับผู้อพยพเพิ่มเติม พร้อมระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตถือเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถูกกักตัวทั้งหมด
แม้ ICE จะยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนทั้งหมดของผู้ถูกกักตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม แต่แหล่งข่าวที่ไม่ประสงค์ออกนามรายหนึ่งเปิดเผยว่าจำนวนผู้ถูกกักตัวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงมาอยู่ที่ราว 60,000 ราย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายงบประมาณซึ่งผ่านสภาในปี 2025 จากเสียงสนับสนุนท่วมท้นของพรรครีพลับบิกัน ได้ทำให้ ICE มีงบประมาณมหาศาลซึ่งมากเพียงพอที่จะสามารถกักตัวผู้อพยพได้กว่า 100,000 คน ในคราวเดียว.
ที่มา: Reuters
อ่าน ข่าวต่างประเทศ