นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผอ.สำนักการแพทย์ (สนพ.) กล่าวว่า สนพ.ได้ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคอีสุกอีใส พร้อมสั่งการให้ทุกโรงพยาบาลในสังกัด กทม.เฝ้าระวัง สถานการณ์ และมาตรการเชิงรุกในกลุ่มเด็ก อายุ 0-14 ปี ซึ่งพบแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี เดือน ม.ค.—เม.ย. โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-7 มี.ค. 69 มีผู้ป่วยโรคอีสุกอีใส 752 คน สอดคล้องกับสถิติทางระบาดวิทยาที่มักระบาดในช่วงฤดูหนาวต่อฤดูร้อน โดยกลุ่มอายุ 5-9 ปี และอายุ 10-14 ปี เป็นกลุ่มที่มีอัตราป่วยสูงสุด เนื่องจากเป็นช่วงวัยเรียนที่มีการรวมตัวกันในสถานศึกษา พร้อมทั้ง ดำเนินมาตรการเชิงรุก School Surveillance โดยประสานงานสำนักการศึกษาและเครือข่ายโรงเรียน เพื่อคัดกรองเด็กตั้งแต่บริเวณหน้าประตูโรงเรียน หากพบเด็กมีไข้ หรือเริ่มมีผื่น/ตุ่มน้ำใส ให้แยกกักตัวและแจ้งผู้ปกครองทันที
ผอ.สนพ.กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำมาตรการ “ปิด-ล้าง-เลี่ยง” รณรงค์ให้โรงเรียนทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม และพิจารณาสั่งปิดชั้นเรียนชั่วคราว หากพบผู้ป่วยจำนวนมาก เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อ รวมทั้งภายในโรงพยาบาลให้มีการจัดระบบคัดกรองเฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการผื่นคันและไข้ เพื่อแยกออกจากผู้ป่วยทั่วไป ลดการแพร่เชื้อในห้องนั่งรอ ตลอดจนสำรองเวชภัณฑ์ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir และอุปกรณ์ดูแลแผลให้เพียงพอต่อความต้องการ พร้อมให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์เรื่องความเสี่ยง หรือส่งผลต่อความพิการของทารกในครรภ์ หากหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันไปสัมผัสผู้ป่วย ให้รีบพบแพทย์ภายใน 72-96 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาฉีดสารภูมิคุ้มกัน VZIG หรือรับยาต้านไวรัส.