ประวัติ “แนน บุณย์ธิดา สมชัย” โฆษกพรรคภูมิใจไทย หนึ่งในแก๊งลูกเทพ ลูกสาวค่ายอุบลฯ พ่อใหญ่ “อิสระ สมชัย” สะพัดเตรียมนั่ง รมช.ดีอี ช่วยงาน “ไชยชนก ชิดชอบ” 

วันที่ 13 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังโผ ครม.อนุทิน 2 เริ่มลงตัวเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และเริ่มมีรายชื่อคนที่จะไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ออกมา โดยมีชื่อ สส. ในแก๊งลูกเทพ ที่สนิทสนมกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เตรียมจะไปนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีหลายคน หนึ่งในชื่อที่มีโผออกมา คือ น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตามโผ จะไปนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) 

...

ประวัติ “แนน บุณย์ธิดา สมชัย”

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2527 ปัจจุบันอายุ 42 ปี เป็นบุตรสาวของ นายอิสระ สมชัย อดีตนักการเมืองดังเมืองอุบลราชธานี และอดีตแกนนำ กปปส. จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง

เส้นทางงานการเมือง

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย เข้าสู่งานการเมืองโดยการเป็นผู้ช่วยดำเนินงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของนายอิสระ สมชัย ผู้เป็นบิดา ปี พ.ศ. 2552 ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อิสระ สมชัย) และได้รับเลือกตั้งเป็น สส.อุบลราชธานี สมัยแรกในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคประชาธิปัตย์

วันที่ 13 ธันวาคม 2565 น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มีผลให้พ้นจากสมาชิกภาพความเป็น สส.อุบลราชธานี เขต 8 ก่อนจะไปเปิดตัวกับพรรคภูมิใจไทย ในวันที่ 16 ธันวาคม 2565 แต่ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2565 น.ส.แนน บุณย์ธิดา ได้เดินทางไปร่วมงานวันเกิด นายเนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเรียกว่า “อาเนวิน” โดยนายเนวิน บอกกับทุกๆ คนว่า “พ่อยกให้ดูแลแล้ว”

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2567 พรรคภูมิใจไทย แต่งตั้งให้ น.ส.แนน บุณย์ธิดา เป็นโฆษกพรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อสารงานการเมืองในพรรคกับสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชน ซึ่ง น.ส.แนน ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทั้งการชี้แจงและตอบโต้ประเด็นการเมือง 

ล่าสุดการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา ซึ่งลงเลือกตั้งในพื้นที่เขต 8 อุบลราชธานี ก็ยังคงรักษาเก้าอี้ เอาชนะคู่แข่งจากพรรคไทรวมพลัง ชนิดที่เรียกว่าสู้กันดุเดือด