แอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) ไม่ใช่ชื่อรุ่นของเครื่องบินโดยเฉพาะ แต่เป็น "นามเรียกขานทางวิทยุ" (Call Sign) ที่ใช้สำหรับเครื่องบินกองทัพอากาศสหรัฐฯ ลำใดก็ตามที่มีประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่บนเครื่อง ปัจจุบัน เครื่องบินที่ทำหน้าที่นี้และเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือเครื่องบินรุ่น Boeing VC-25A ซึ่งดัดแปลงมาจาก Boeing 747-200B จำนวน 2 ลำ

เดิมทีแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ล่าสุด มีแผนจะส่งมอบภายในปี 2021 แต่ความล่าช้าและต้นทุนการปรับปรุงที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล สำหรับโครงการจัดสร้างที่เคยประเมินไว้ที่ประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 135,745 แสนล้านบาท) ทำให้ความเป็นไปได้ที่เครื่องบิน 747 รุ่นใหม่ 2 ลำที่สั่งผลิตไว้จะพร้อมใช้งานในช่วงการดำรงตำแหน่งวาระที่สองของทรัมป์ เริ่มมีโอกาสน้อยลงจากเดิม เนื่องจากวาระเป็นผู้นำสหรัฐฯ ในสมัยล่าสุด จะหมดลงในเดือน ม.ค. 2029

...
ทรัมป์ได้มอบหมายให้ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี เร่งกระบวนการปรับแต่งเครื่องลำใหม่นี้ให้เร็วขึ้น มีรายงานว่าทรัมป์เคยบ่นว่า รู้สึกอายที่จะเดินทางด้วยเครื่องบิน 747 รุ่นแรกๆ ที่ล้าสมัย นี่จึงอธิบายได้ว่าทำไมประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการเปลี่ยนยานพาหนะสำหรับการเดินทางทางอากาศ นั่นคือ การได้รับความอนุเคราะห์จากกาตาร์ ประเทศที่ร่ำรวยในอ่าวเปอร์เซีย ข่าวเกี่ยวกับการเสนอซื้อเครื่องบินหรู 747-8 มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13,350 ล้านบาท) ของกาตาร์ กลายเป็นข่าวพาดหัวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ของขวัญดังกล่าวดูเหมือนจะเดินหน้าดำเนินการมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยทรัมป์ได้ไปเยี่ยมชมเครื่องบินดังกล่าวอย่างลับ ๆ ในช่วงกลางเดือน ก.พ. เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากเริ่มดำรงตำแหน่งวาระที่สอง


จริงๆแล้ว Boeing 747 เครื่องแอร์ฟอร์ซวัน มีความสูงราวตึก 6 ชั้น ยาวพอๆกับสนามฟุตบอล มีสมรรถนะทางการบินสูงกว่าเครื่อง 747 รุ่นมาตรฐาน สามารถทำเพดานบินสูงสุดที่ 14,000 เมตร หรือราว 46,000 ฟุต ความเร็วสูงสุดที่ 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจเร่งความเร็วได้มากกว่าเล็กน้อย เครื่อง 747 VC-25A ไม่เหมือนเครื่องบินโบอิ้งทั่วไป นอกจากจะมีอุปกรณ์และระบบการสื่อสารที่ออกแบบพิเศษให้ทนทานต่อคลื่นการระเบิดของระเบิดนิวเคลียร์ที่อาจจะทำลายการสื่อสารทางวิทยุแล้ว ยังมีระบบป้องกันจรวดมิสไซล์ และห้องปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ทันสมัยบนเครื่องด้วย ภายในเครื่อง มีพื้นที่ใช้สอยครอบคลุม 3 ชั้น ขณะที่ผู้นำสหรัฐฯ มีห้องทำงาน ห้องนอน และห้องน้ำ อยู่เป็นส่วนสัดเฉพาะ

การป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามและระบบรักษาความปลอดภัย
แอร์ฟอร์ซวันไม่ได้ติดตั้ง "อาวุธรุกราน" แต่เน้น "ระบบป้องกันตัวแบบขั้นสูงสุด" เพื่อความอยู่รอดในสถานการณ์วิกฤต ด้วยระบบต่อต้านขีปนาวุธ มีการติดตั้งระบบรบกวนสัญญาณเรดาร์ (Electronic Countermeasures) และระบบปล่อยพลุไฟ (Flares) หรือวัสดุสะท้อนเรดาร์ (Chaff) เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของขีปนาวุธนำวิถี การป้องกัน EMP ตัวเครื่องหุ้มเกราะและป้องกันระบบอิเล็กทรอนิกส์จากการระเบิดของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Pulse - EMP) ซึ่งอาจเกิดจากระเบิดนิวเคลียร์ เพื่อให้เครื่องยังสามารถสั่งการทางทหารได้แม้ในสถานการณ์วันสิ้นโลก
...
ระบบสื่อสาร เปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการเคลื่อนที่ มีเทคโนโลยีการสื่อสารที่ปลอดภัยสูงสุด สามารถติดต่อสื่อสารได้ทั่วโลกในทุกสภาวะ
มาตรการทางยุทธวิธี ปกติจะมีเครื่องบินรบอารักขาและมีระบบวางแผนเส้นทางบินที่เก็บเป็นความลับสุดยอด
ราคาและงบประมาณ
เรื่องราคานั้นมีความซับซ้อน เนื่องจากเป็นเครื่องบินที่ดัดแปลงเฉพาะทาง:
มูลค่าในอดีต: VC-25A สองลำแรกที่เข้าประจำการในปี 1990 มีมูลค่าการปรับปรุงและติดตั้งระบบต่างๆ รวมกันเฉียดพันล้านดอลลาร์
โครงการในอนาคต (VC-25B): สหรัฐฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดหาเครื่องบินใหม่ Boeing 747-8 เพื่อมาทดแทนรุ่นเดิม ซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงมาก (คาดการณ์รวมหลายพันล้านดอลลาร์เมื่อรวมค่าวิจัย การปรับแต่งเทคโนโลยีระดับสูง และระบบการป้องกันพิเศษทั้งหมด)

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเดินทางด้วยแอร์ฟอร์ซวัน พร้อมกับเครื่องบินขนส่งสัมภาระและรถประจำตำแหน่งที่บินล่วงหน้าไปก่อนเสมอ ในอนาคตอันใกล้ จะมีการเปลี่ยนผ่านของเก่าไปสู่รุ่นที่ใหม่กว่าอย่าง VC-25B ซึ่ง เป็นเครื่อง 747 รุ่นสุดท้ายที่ทันสมัยและปลอดภัยกว่าเดิม การทำความเข้าใจกลไกการทำงานและผังการใช้งานบนเครื่องบินระดับนี้จะช่วยให้เห็นภาพความซับซ้อนของ "ทำเนียบขาวลอยฟ้า" ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
...
ระบบการเติมน้ำมันกลางอากาศ (Aerial Refueling)
แอร์ฟอร์ซวันใช้ระบบ Flying Boom ซึ่งเป็นมาตรฐานของกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยมีขั้นตอนดังนี้
หลักการ เครื่องบินบรรทุกน้ำมัน (เช่น KC-135 หรือ KC-46) จะปล่อยท่อส่งน้ำมันที่มีลักษณะเป็นบูมแข็ง (Boom) ออกจากใต้ท้องเครื่อง
การเชื่อมต่อ ผู้ควบคุมบูม (Boom Operator) บนเครื่องบรรทุกน้ำมันจะบังคับปลายท่อให้เข้าล็อกกับช่องรับน้ำมันของแอร์ฟอร์ซวัน ซึ่งอยู่บริเวณส่วนหน้าของลำตัวเครื่องด้านบน
ความสำคัญ ระบบนี้ทำให้แอร์ฟอร์ซวันสามารถบินได้ต่อเนื่องยาวนานตราบเท่าที่ลูกเรือและเครื่องยนต์ยังไหว ช่วยให้ประธานาธิบดีสามารถสั่งการหรือหนีภัยจากพื้นที่วิกฤตได้โดยไม่ต้องลงจอดเพื่อเติมน้ำมัน

โครงสร้างภายในห้องโดยสาร (Interior Layout) พื้นที่ใช้สอยบนเครื่อง Boeing VC-25A ถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งที่ทำงาน ที่พัก และศูนย์บัญชาการ โดยแบ่งเป็นโซนหลักๆ เช่น ชั้นบน (Upper Deck) เป็นโซนห้องนักบิน (Flight Deck), ส่วนพื้นที่สื่อสาร และห้องพักสำหรับลูกเรือ ชั้นหลัก (Main Deck) โซนหน้า เป็นห้องทำงานส่วนตัวของประธานาธิบดี ห้องนอน และห้องน้ำส่วนตัว โซนกลาง เป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ที่สามารถใช้จัดการประชุมระดับสูงระหว่างบินได้ รวมถึงห้องรับประทานอาหาร โซนหลัง แบ่งพื้นที่สำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทีมงานรักษาความปลอดภัย (Secret Service) สื่อมวลชนที่ร่วมเดินทาง และโซนครัวที่สามารถเตรียมอาหารให้คนจำนวนมากได้พร้อมๆ กัน
...

การเปลี่ยนผ่านจาก VC-25A (ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 1990) ไปสู่ VC-25B (ที่กำลังพัฒนา) ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ แต่เป็นการยกเครื่องเทคโนโลยีทั้งหมดเพื่อรองรับความต้องการในศตวรรษที่ 21 เป็นความแตกต่างทางเทคโนโลยีที่สำคัญของทั้งสองรุ่น
VC-25A (ปัจจุบัน)
พื้นฐานตัวเครื่อง Boeing 747-200B
ประสิทธิภาพเครื่องยนต์เก่า, กินน้ำมันสูง, อะไหล่เริ่มหายากทันสมัย ระบบการสื่อสาร ใช้ระบบสื่อสารอะนาล็อก/ดิจิทัลในยุคแรก
VC-25B (รุ่นใหม่)
Boeing 747-8I (รุ่นใหม่และใหญ่กว่า)
ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ (GEnx), ประหยัดเชื้อเพลิง, เสียงเงียบกว่าระบบไฟฟ้าระบบดั้งเดิมอัปเกรดระบบไฟฟ้ากำลังสูง (รองรับอุปกรณ์ยุคใหม่) ระบบสื่อสาร ใช้ระบบสื่อสารภารกิจขั้นสูง (ความเร็วสูง, สื่อสารวิดีโอพร้อมกัน)
ความอิสระในสนามบิน มีระบบขั้นพื้นฐานระบบขึ้น-ลง และขนถ่ายสัมภาระอัตโนมัติ (ลดการพึ่งพาอุปกรณ์ภาคพื้น)

การเปลี่ยนผ่านจากรุ่น 747-200B สู่ 747-8IVC-25A ใช้โครงสร้างพื้นฐานของเครื่องบินพาณิชย์ยุค 70s-80s ซึ่งปัจจุบันการหาอะไหล่ยากและมีค่าบำรุงรักษาสูงมาก VC-25B ใช้เครื่องบิน Boeing 747-8I ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายและทันสมัยที่สุดของตระกูล 747 มีลำตัวยาวกว่า เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายใน (ประมาณ 4,000 ตารางฟุต) และมีประสิทธิภาพการบินที่ดีกว่าเดิมอย่างมาก

ระบบสื่อสารและภารกิจ (Mission Communication System)นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด:VC-25B ถูกออกแบบมาให้เป็น "ศูนย์บัญชาการ" ที่มีเสถียรภาพสูงกว่าเดิมมาก รองรับการทำ Video Teleconference ความละเอียดสูงหลายช่องทางพร้อมกัน และมีอัตราการรับส่งข้อมูล (Throughput) ที่สูงมาก เพื่อให้ประธานาธิบดีสามารถสั่งการทางทหารและบริหารประเทศได้เหมือนนั่งอยู่ในทำเนียบขาวจริงๆ3. ความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน (Autonomous Operations) ความแตกต่างของ VC-25B คือความสามารถในการ พึ่งพาตนเองได้มากขึ้น เช่น ระบบขึ้น-ลง (Enplaning/Deplaning) และการโหลดสัมภาระแบบอัตโนมัติ ช่วยลดความจำเป็นในการต้องรออุปกรณ์สนับสนุนจากสนามบินปลายทาง ซึ่งเพิ่มความปลอดภัยในกรณีที่ต้องไปลงจอดในพื้นที่ห่างไกลหรือสนามบินที่ไม่คุ้นเคย
ระบบสำรองและพลังงาน VC-25B มีการอัปเกรดระบบไฟฟ้าและติดตั้ง Auxiliary Power Units (APU) แบบคู่ ที่สามารถใช้งานได้ขณะทำการบิน ซึ่งสำคัญมากต่อการสำรองพลังงานให้ระบบสื่อสารและระบบป้องกันตัวตลอดเวลา VC-25B ก็เปรียบเสมือนศูนย์ข้อมูล (Data Center) เคลื่อนที่ความเร็วสูง ทันสมัยกว่า ปลอดภัย รองรับภารกิจในอนาคตได้ดีกว่า ขณะนี้โครงการ VC-25B กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับแต่งเชิงลึก ซึ่งมีความซับซ้อนและมีการปรับเปลี่ยนแผนการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย.
อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/