ก.พาณิชย์ กำกับดูแลสินค้าและบริการต่อเนื่อง ลงพื้นที่รายวันป้องกันฉวยโอกาสขึ้นราคา-กักตุนสินค้า พร้อมเข้มราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ขอประชาชนร่วมมือบริโภคอย่างประหยัดในปริมาณที่เหมาะสมและจำเป็น


วันที่ 18 มีนาคม 2569 ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) นำโดย นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงข่าวเกี่ยวกับมาตรการการควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพ ว่า กระทรวงพาณิชย์ตระหนักดีว่าในสถานการณ์ที่มีราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น กระทบกับต้นทุนของภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก ทางกระทรวงพาณิชย์จึงได้มีการเตรียมมาตรการรับมือด้านราคาและปริมาณของสินค้า ตลอดจนห่วงโซ่ของอุปทาน เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสินค้ามีเพียงพอ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยราคาต้องเป็นธรรมกับผู้ซื้อและผู้ผลิต 

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ทำงานอย่างต่อเนื่องในการกำกับดูแลสินค้าและบริการ โดยพาณิชย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ได้ลงพื้นที่ติดตามราคาสินค้าและบริการรายวัน เพื่อประเมินสถานการณ์และป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา หรือกักตุนสินค้า

...

ขึ้นราคาน้ำมันไม่สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุน-กักตุน-ปฏิเสธขาย มีโทษ

สำหรับการกำกับดูแลราคาน้ำมันหน้าปั๊ม นางสาวกนิษฐา กล่าวว่า ได้ทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงาน ภายใต้กลไกคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) ฉะนั้นหากพบการขึ้นราคา หรือราคาไม่สอดคล้องกับโครงสร้างต้นทุน มีการกักตุน หรือปฏิเสธการขายจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันบริโภคอย่างประหยัด

ส่วนเรื่องการดูแลพี่น้องเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า ขณะนี้มีสต็อกปุ๋ยใช้ได้ถึงเดือนพฤษภาคม ยังสามารถควบคุมราคาปุ๋ยได้ และอยู่ระหว่างการรอขนส่งจากตะวันออกกลางมาเสริมสต็อก รวมทั้งเร่งหาวัตถุดิบทดแทน ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์จะใช้โอกาสนี้สนับสนุนเกษตรกรให้ปรับสูตรปุ๋ย และพึ่งพาวัสดุนำเข้าน้อยลง โดยให้หันมาใช้จุลินทรีย์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ หากมีการปรับราคาเนื่องจากโครงสร้างของราคาได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบ เราจะมีการขยายมาตรการสนับสนุนลดราคาปุ๋ย หรือ ปุ๋ยธงเขียว ให้ครอบคลุมถึงช่วงที่เกษตรกรมีความต้องการสูงในช่วงฤดูกาลปลูกข้าวนาปี หรือ ปลูกมันสำปะหลังในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

นางสาวกนิษฐา กล่าวอีกว่า ขณะนี้สินค้าอุปโภคและบริโภคมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนทั่วประเทศ แต่ด้วยภายใต้ความไม่แน่นอนจึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันบริโภคอย่างประหยัดในปริมาณที่เหมาะสมและจำเป็น เพื่อให้สินค้ากระจายอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง และก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน 

อย่างไรก็ตาม หากพบผู้ประกอบการขายไม่ตรงตามป้ายราคาหรือ ตั้งราคาที่สูงเกินควร และไม่ได้สัดส่วนกับต้นทุนที่เชื่อมโยงกับพลังงานสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.