“ศิริกัญญา” จี้รัฐบาลสื่อสารสถานการณ์น้ำมันให้ชัด บริหารเรื่องความคาดหวังของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ซัดมาตรการรัฐสะเปะสะปะ work from home งดดูงานของข้าราชการ ไม่ได้ผล

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 17 มีนาคม น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันและมาตรการของรัฐบาลในการตอบสนองต่อสถานการณ์ดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้น

น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ที่ผ่านมานั้นพรรคประชาชนได้ติดตามมาตรการของรัฐบาลในการตรึงราคาน้ำมัน 15 วันที่ผ่านมา ซึ่งก็เห็นว่ามีความโกลาหลและความตื่นตระหนกเกิดขึ้นค่อนข้างมากในช่วงท้ายของมาตรการ เนื่องจากช่วงก่อนหน้าที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงของมาตรการจึงไม่ได้ออกมาส่งเสียงมากนัก แต่ทั้งนี้พรรคประชาชนก็ติดตามถึงสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำมันในปัจจุบัน น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่าในตอนนี้เราจะเห็นว่าตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่สามารถหาน้ำมันเพิ่มเติมได้จากแหล่งอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากแอฟริกา หรือจากสหรัฐอเมริกา แต่ใจกลางของปัญหาคือเรื่องของราคาที่มีความแตกต่างกันระหว่างราคาหน้าปั๊มกับราคาจากพ่อค้าคนกลางหรือ jobber ที่ได้รับ เลยทำให้เกิดการกักตุน ซึ่งการกักตุนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนอย่างเดียว แต่รวมไปถึงโรงงานอุตสาหกรรม และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้น้ำมัน เพราะหากซื้อจากพ่อค้าคนกลางในตอนนี้ก็จะได้รับในราคาที่แพงกว่า เพราะไม่มีเงินอุดหนุน ปัญหาในตอนนี้คือเรื่องของการจัดสรรน้ำมันที่มีปัญหาอย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ประชาชนบางส่วนมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการซื้อสินค้าแบบตื่นตระหนกนั้น ตนมองว่าก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเป็นสาเหตุมาจากการซื้อสินค้าแบบตื่นตระหนกจากประชาชนให้มากอย่างไรนั้น ก็คงไม่ถึงขั้นที่จะทำให้น้ำมันหมดในหลายปั๊มพร้อมกัน ซึ่งมีโอกาสที่อาจจะเกิดจากการกักตุนจากโรงงานอุตสาหกรรมมากกว่า

...

น.ส.ศิริกัญญามองว่า การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรมี 2 แนวทาง คือใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการลดภาษีสรรพสามิต โดยควรให้ความสำคัญกับกองทุนน้ำมันเป็นหลัก เนื่องจากเคยมีหนี้สูงถึง 150,000 ล้านบาท แต่ยังฟื้นตัวได้ พร้อมเสนอให้รัฐบาลเปิดแผนการปรับขึ้นราคาน้ำมันอย่างชัดเจนว่าจะค่อยปรับขึ้นไปถึงราว 33 บาทต่อลิตรในระยะเวลาเท่าใด และจะขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปหรือทันที เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ทั้งนี้เห็นว่าไม่ควรกำหนดเพดานราคาตายตัว แต่ควรกำหนดวงเงินอุดหนุนต่อวันและระยะเวลาที่ดำเนินการได้ ซึ่งในตอนนี้ตนเข้าใจว่าก็ยังมีวงเงินกู้เหลืออยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ที่จะให้การตรึงราคาน้ำมันยังสามารถดำเนินการต่อไปได้ จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่ที่จะมีความชอบธรรมเต็มที่ เนื่องจาก ณ เวลานี้ รัฐบาลรักษาการยังไม่สามารถออกพระราชกำหนดให้กระทรวงการคลังไปค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้

สำหรับภาคการขนส่งนั้น น.ส.ศิริกัญญามองว่า จะต้องมีการอุดหนุนเป็นการเฉพาะ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อราคาสินค้าแทน ซึ่งอาจใช้เป็นคูปองหรือบัตรกำนัลต่าง ๆ ให้ภาคการขนส่งได้รับการช่วยเหลือเยียวยา และควรที่จะสนับสนุนในกลุ่มเปราะบางที่ใช้น้ำมันเบนซินด้วย

สำหรับแนวทางในการลดภาษีสรรพสามิต น.ส.ศิริกัญญามองว่าแนวทางดังกล่าวก็สามารถทำได้ แต่ภาษีสรรพสามิตนั้นมีความเกี่ยวข้องกับรายได้ที่รัฐบาลสามารถจัดเก็บได้ ซึ่งหากเกิดผลกระทบหนักก็อาจจะกระทบกับดุลการคลังได้เหมือนกัน แต่ก็อาจลดได้บางส่วน หากเราสามารถยอมให้ขาดดุลงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ก็อาจเกิดความเสี่ยงอื่น ๆ ตามมา

ส่วนแนวคิดที่ว่า การปล่อยให้ราคาน้ำมันลอยตัวตรงกับความเป็นจริง เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการประหยัดพลังงาน ตนมองว่า จริง ๆ แล้วหลายประเทศก็เริ่มทำในวิธีดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าก็เป็นไปได้ เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของรัฐบาลในช่วงวิกฤตแบบนี้ที่จะสื่อสารว่าเราหลังชนฝาแล้ว เพื่อให้ประชาชนรู้สึกถึงความเร่งด่วนว่าเราจำเป็นที่จะต้องประหยัดพลังงานแล้ว นอกเหนือจากการสั่งแบบสะเปะสะปะของรัฐบาล อย่าง work from home หรือการงดดูงานของข้าราชการ ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผล

ส่วนปัจจุบันที่มีการขึ้นค่ากลั่นน้ำมันจากโรงกลั่นน้ำมัน ศิริกัญญามองว่ารัฐบาลสามารถที่จะควบคุมค่าการกลั่นได้ หากเราสามารถที่จะรู้ต้นทุนที่แท้จริงของโรงกลั่นน้ำมันได้ ซึ่งก็ควรจะเอาข้อมูลดังกล่าวมาพูดคุยกับโรงกลั่น และควบคุมกำกับดูแลได้อย่างถูกต้อง

สำหรับวิธีการจัดเก็บภาษีลาภลอยนั้น ตนยอมรับว่าในหลายประเทศเคยใช้ ในยุโรปใช้ เป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ก็มีส่วนที่ต้องระวังคือรายละเอียดว่าส่วนไหนคือกำไรที่เกินกว่าปกติ หลายบริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถือหุ้นรายย่อยด้วย

ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องจัดการเร่งด่วนคือเรื่องความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ให้เกิดความตระหนก จนนำไปสู่การกักตุนสินค้า สถานการณ์น้ำมันนี้ก็ต้องสื่อสารตรงไปตรงมา โดยออกมาเป็น Dashboard ว่าปริมาณน้ำมันที่มีอยู่นั้นเพียงพออย่างจริง ๆ เพื่อให้ปั๊มน้ำมันสามารถบริหารจัดการน้ำมันของตนเองได้ และต้องทำให้การบริการขั้นพื้นฐานดำเนินต่อไปได้ ในส่วนของปุ๋ย หรือสินค้าอื่น ๆ ที่ราคาอาจสูงขึ้น ก็คิดว่ายังสามารถบริหารสถานการณ์ตรงนี้ได้ โดยในช่วงเวลานี้ที่เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นที่จะขาดแคลน ก็ต้องให้เป็นช่วงเวลาที่จะเริ่มหาแหล่งสินค้าจากที่ใหม่ ๆ ซึ่งรัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องสื่อสารเพื่อให้ประชาชนรู้ว่ารัฐบาลมีมาตรการอะไรอยู่บ้าง

สำหรับเรื่องความกังวลต่อราคาสินค้าที่จะพุ่งตัวสูงขึ้นนั้น น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า สินค้าอย่างอาหารสดนั้นมีขึ้นแล้วก็จะลงมา แต่อาหารหรือสินค้าสำเร็จรูปนั้นเมื่อราคาขึ้นแล้วก็จะไม่ค่อยลงมา ซึ่งก็ต้องใช้กลไกในการควบคุมราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งการที่รัฐมนตรีพาณิชย์ออกมาประกาศว่าจะทำการควบคุมราคาสินค้า 59 สินค้าควบคุม ซึ่งถือว่าน้อยมาก ๆ ซึ่งเราก็จำเป็นที่จะต้องติดตามว่าการขึ้นราคาสินค้านั้นขึ้นอย่างเป็นธรรมหรือไม่ และก็จัดหาสำหรับสินค้าที่จำเป็นเพิ่มขึ้น