“ณัฐยา” สส.บัญชีรายชื่อ ปชน. เรียกร้องรัฐบาลเร่งดูแลเด็กนักเรียนกลุ่มเปราะบาง เหตุวิกฤตน้ำมัน สินค้าเกษตรตกต่ำ ลูกหลานเกษตรกรอาจไม่ได้กลับไปเรียนอีก เสนอ ศธ. เร่งสำรวจให้ความช่วยเหลือเด็ก

วันที่ 23 มีนาคม 2569 น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ให้ความเห็นกรณีวิกฤตน้ำมันไว้เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่สร้างผลกระทบซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตรว่า เปิดเทอมนี้เด็กจำนวนมากอาจไม่ได้กลับมาเรียน เหตุวิกฤตน้ำมัน ปุ๋ยแพง และราคาผลผลิตตกต่ำ ซ้ำเติมครัวเรือนภาคเกษตร

น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า ในทุก ๆ ปี ปัญหาความไม่แน่นอนของรายได้เกษตรกร ส่งผลต่อความยากจนของครัวเรือนเกษตร และกลายเป็นสาเหตุของ “กับดักความจนข้ามรุ่น” (Intergenerational Poverty Trap) แต่ปีนี้ ครัวเรือนเกษตรกรต้องเผชิญทั้งเรื่องต้นทุนปุ๋ยเคมีที่เพิ่มขึ้น น้ำมันเชื้อเพลิงที่ขาดแคลน และราคาผลผลิตที่ตกต่ำ

สังคมสูงวัยของไทยที่มีจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลงเรื่อย ๆ นั้น เรามีเด็กและเยาวชนจำนวนเกือบ 8 ล้านคนที่อยู่ในครัวเรือนภาคเกษตร คิดเป็นร้อยละ 39.2 ของจำนวนเด็กและเยาวชนทั้งหมดทั่วประเทศ โดยครัวเรือนภาคเกษตรโดยเฉลี่ยมีสถานะทางเศรษฐกิจต่ำกว่าครัวเรือนอาชีพอื่น และมีสัดส่วนเด็กและเยาวชนยากจนสูงกว่าสัดส่วนเด็กและเยาวชนยากจนทั้งประเทศเกือบหนึ่งเท่าตัว

เราเคยมีบทเรียนเจ็บปวดที่หลายฝ่ายเรียกว่า “แผลเป็น” ในมิติคุณภาพประชากร เพราะภายหลังวิกฤตโควิด-19 พบว่า ปัญหาที่เด็กและเยาวชนในครัวเรือนยากจนต้องเผชิญ มีทั้งปัญหาโภชนาการ ภาวะการเรียนรู้ที่ถดถอย ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตที่สั่นคลอน และการหลุดจากระบบการศึกษา ในห้วงเวลานี้ ประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงขาดแคลน เข้ามาซ้ำเติมวิกฤตรายได้เกษตรกรตกต่ำ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี เรียกว่าเป็นดับเบิ้ลวิกฤตการณ์

...

น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ให้เร่งออกมาตรการลดแรงกระแทก อย่ารอให้ผลกระทบเกิดกับเด็กและเยาวชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ เพราะจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาทุนมนุษย์ตกต่ำ อันเกิดจากการเป็นสังคมสูงวัย-แก่ก่อนรวย ที่เต็มไปด้วยความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ข้อเสนอถึงรัฐบาลให้ทำทันที ได้แก่

1. กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ควรเร่งสำรวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นแก่นักเรียนนักศึกษาทุกระดับชั้นในทันที เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเข้าช่วยเหลือเด็กและเยาวชนก่อนภาวะวิกฤตโดยมิชักช้า แม้เป็นช่วงปิดภาคการศึกษา

2. กระทรวงมหาดไทยควรเร่งสำรวจครัวเรือนเปราะบางในทุกท้องที่-ท้องถิ่น จัดทำข้อมูลการเฝ้าระวังระดับชุมชนที่เชื่อมต่อกับข้อมูลการเฝ้าระวังนักเรียนนักศึกษาที่จัดทำโดยกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ข้างต้น และให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มเปราะบางในท้องที่-ท้องถิ่นโดยทันที

3. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ต้องนำฐานข้อมูลครัวเรือนเปราะบางมาใช้ในการวางแผนเชิงรุกโดยเร่งด่วน เพื่อประคองกลุ่มเปราะบางไว้ในระบบสวัสดิการให้ทันท่วงที ต้องไม่รอให้ประชาชนร่วงหล่นจากตาข่ายความคุ้มครองทางสังคม และควรมีบทบาทเป็นเจ้าภาพหลัก เพื่อเชื่อมโยง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงมหาดไทย ให้เกิดการเชื่อมฐานข้อมูลและวางมาตรการบูรณาการเชิงรุก เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนในครัวเรือนเปราะบาง ตลอดจนลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินการช่วยเหลือ

ทั้งนี้ พรรคประชาชนได้จัดทำ dashboard รับแจ้งข้อมูลจากอาสาส้ม 4,500 คน เพื่อติดตามสถานการณ์ที่อาจส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น จนกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความต่อเนื่องทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน อีกทางหนึ่งด้วย