ที่ปรึกษารัฐบาลและบุตรชายประธานาธิบดีอิหร่าน ออกโรงสยบกระแสข่าว "โมจตาบา คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของสหรัฐฯ-อิสราเอล ยืนยันเจ้าตัวยังปลอดภัยดี แม้สื่อรัฐจะขนานนามว่าเป็น "นักรบผู้บาดเจ็บ" และยังคงเก็บตัวในสถานที่ปลอดภัย
นายยูเซฟ เปเซชเคียน บุตรชายของประธานาธิบดีอิหร่านและที่ปรึกษารัฐบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านเทเลแกรมส่วนตัว เพื่อปฏิเสธกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการบาดเจ็บของนายโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน โดยระบุว่า "ผมได้ยินข่าวว่าคุณโมจตาบาได้รับบาดเจ็บ จึงได้สอบถามไปยังกลุ่มเพื่อนที่มีความเชื่อมโยงภายใน และได้รับคำตอบว่า ขอบคุณพระเจ้า ท่านยังปลอดภัยดี"
ความสับสนเกี่ยวกับอาการของผู้นำคนใหม่เกิดขึ้นหลังจากสถานีโทรทัศน์รัฐบาลอิหร่านเรียกขานนายโมจตาบาว่าเป็น "จันบาซ" (janbaz) หรือ "นักรบผู้บาดเจ็บ" จากสงครามเดือนรอมฎอน (ซึ่งเป็นชื่อที่อิหร่านใช้เรียกความขัดแย้งในปัจจุบัน) แต่ไม่มีการระบุรายละเอียดของการบาดเจ็บที่แน่ชัด ขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 รายว่า ผู้นำวัย 56 ปีรายนี้ได้รับบาดเจ็บที่ขา และกำลังพักรักษาตัวอยู่ในสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุดพร้อมการสื่อสารที่จำกัด
นายโมจตาบา คาเมเนอี เป็นบุตรชายและผู้สืบทอดอำนาจโดยตรงของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดชนวนสงครามไปทั่วตะวันออกกลาง แม้ว่าเขาจะได้รับการประกาศแต่งตั้งเป็นผู้นำสูงสุดโดยสภาผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 มี.ค.) แต่จนถึงขณะนี้นายโมจตาบายังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะหรือมีแถลงการณ์ใดๆ ต่อชาวอิหร่าน
...
นักวิเคราะห์มองว่าความเงียบของผู้นำคนใหม่ และการที่เขาขึ้นสู่อำนาจท่ามกลางภาวะสงคราม อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจภายในอิหร่าน โดยเฉพาะบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) ที่ดูจะมีอิทธิพลเหนือฝ่ายการเมืองเห็นได้ชัดจากการที่ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน ถูกกดดันอย่างหนักหลังจากออกตัวขอโทษกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น
อเล็กซ์ วาทันกา ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันตะวันออกกลางในวอชิงตัน ดี.ซี. ให้ความเห็นว่า "โมจตาบาเป็นหนี้บุญคุณกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ ดังนั้นอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเขาอาจจะไม่เทียบเท่ากับที่บิดาเคยมี" ซึ่งหมายความว่าในอนาคต การตัดสินใจสำคัญทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านอาจถูกชี้นำโดยกลุ่มผู้นำทหารมากกว่าที่เคยเป็นมา.