“รังสิมันต์ โรม” จี้รัฐบาลเปิดข้อมูลจริง รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ประชาชนต้องรู้สถานการณ์ประเทศพร้อมแค่ไหน น้ำมัน-ปุ๋ยเคมี เสี่ยงขาดแคลนหรือไม่ แนะกำหนดมาตรการที่ชัดเจน
วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการรับมือของรัฐบาลต่อผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ และต้องยอมรับว่ามีคำถามว่าการสำรองพลังงานที่เคยระบุว่าสามารถรองรับได้ภายในกรอบเวลา 60 วันนั้น จะเพียงพอจริงหรือไม่ หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงมากขึ้น
นายรังสิมันต์ ระบุว่า ประเด็นปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องน้ำมันเท่านั้น แต่ขณะนี้เริ่มมีข่าวเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการขาดแคลนปุ๋ยด้วย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรและเศรษฐกิจในภาพรวม โดยยอมรับว่ารัฐบาลมีท่าทีออกมาแถลงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ซึ่งตนเข้าใจถึงความจำเป็นของการสื่อสารลักษณะดังกล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันสิ่งที่ประชาชนต้องการไม่ได้มีเพียงความเชื่อมั่นจากรัฐบาล แต่ต้องการทราบความจริงของสถานการณ์ว่าประเทศไทยมีความพร้อมเพียงใดในการรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากทุกฝ่ายทราบดีว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยภายนอกที่ประเทศไทยไม่สามารถเข้าไปยับยั้งหรือควบคุมได้ และย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนต้องการทราบคือควรเตรียมตัวอย่างไร และกำลังเผชิญกับสถานการณ์แบบใด รัฐบาลจึงควรออกมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่เพียงระบุว่าเอาอยู่หรือมีเพียงพอเท่านั้น เพราะหากรัฐบาลสื่อสารเพียงลักษณะดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนมองว่าเป็นรูปแบบการสื่อสารแบบเดิมของรัฐบาลในอดีตที่มักยืนยันว่าพร้อมรับมือ แต่สุดท้ายไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
...
นายรังสิมันต์ มองว่า ในเวลานี้รัฐบาลควรนำเสนอข้อมูลข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ พร้อมกำหนดมาตรการที่ชัดเจนในการเตรียมรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องคาดหวังความสมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่ต้องแสดงให้เห็นถึงแผนการเตรียมความพร้อมอย่างจริงจัง เช่น หากจำเป็นต้องจัดหาน้ำมันเพิ่ม รัฐบาลมีแผนจะจัดซื้อจากแหล่งใด หรือจะดำเนินการอย่างไร
นายรังสิมันต์ เชื่อว่า รัฐบาลสามารถเปิดเผยข้อมูลบางส่วนต่อสาธารณะได้ แม้บางเรื่องอาจยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาและไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมด แต่ควรมีการสื่อสารอย่างน้อยในระดับหนึ่ง เพื่อให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักในการประสานงานและเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของฝ่ายบริหาร ว่าในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ กลับปรากฏภาพว่านายกรัฐมนตรีเดินทางไปร่วมกิจกรรมสัมมนาพรรคการเมือง และพรรคภูมิใจไทยยังลงพื้นที่ในกรณีพื้นที่เขากระโดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีข้อพิพาทอยู่ ทำให้เกิดคำถามว่ารัฐบาลกำลังให้ความสำคัญและโฟกัสกับการแก้ปัญหาที่กระทบต่อประชาชนมากเพียงใดในช่วงเวลานี้