พาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันชัด หลังปล่อยลอยตัวน้ำมันดีเซล ยังไม่มีผู้ประกอบการขอขึ้นราคาสินค้า ย้ำ 9 บริษัทยักษ์ใหญ่พร้อมตรึงราคาต่อ กกร. เคาะ 5 มาตรการคุมเข้มสินค้า 59 รายการ จัด ไทยช่วยไทย-ธงฟ้า
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนในการดูแลราคาสินค้าและบริการหลังจากรัฐบาลปล่อยลอยตัวราคาน้ำมันดีเซลว่า ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้าเข้ามาที่กระทรวงพาณิชย์ และจากการหารือกับผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ 9 ราย ได้แก่ ยูนิลีเวอร์, สหพัฒน์, P&G, นีโอ, โอสถสภา, BJC, F&N, เนสท์เล่ และดัชมิลล์ พบว่า ปัจจุบันสต็อกสินค้ายังมีเพียงพอ และสามารถตรึงราคาต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

...
คุมเข้มสินค้า 59 รายการ ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
สำหรับการดูแลสินค้า และบริการควบคุมรวม 59 รายการ ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 แบ่งเป็น 3 มาตรการ คือ
1.กลุ่มสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ ซึ่งในกลุ่มนี้ 8 รายการ คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง นมพร้อมดื่ม ยาปราบศัตรูพืช นมผง อาหารสัตว์ เหล็กแผ่นเคลือบดีบุกและโครเมียม และปุ๋ยเคมี กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้จำหน่าย ต้องขออนุญาตก่อนปรับราคา ส่วนสินค้าอื่นๆ ในกลุ่มนี้ ต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนปรับราคา ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่พบการขอปรับขึ้นราคาที่ผิดปกติ
2.สินค้าอีก 20 รายการ และบริการ 2 รายการ ใช้มาตรการต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อนปรับราคา เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก แชมพู น้ำยาล้างจาน สบู่ก้อน สบู่เหลว กระดาษชำระ ผ้าอนามัย ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ บริการทางการแพทย์
3.กลุ่มสินค้าที่ต้องติดตามการเคลื่อนไหวราคาอย่างใกล้ชิด เช่น ข้าวสารบรรจุถุง ซอสปรุงรส น้ำปลา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำดื่มบรรจุภาชนะผนึก น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม

ส่วนการดูแลวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่อาจมีข้อจำกัดด้านปริมาณ เช่น เม็ดพลาสติก กำมะถัน และสารโซลเวนท์นั้น กรมการค้าภายในได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการ รวมถึงลดขั้นตอนและข้อจำกัดด้านการดำเนินงาน เพื่อให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเหมาะสม และทำให้ผู้ประกอบการเม็ดพลาสติกมีปริมาณเพียงพอใช้ไปจนถึงเดือนพ.ค.69 พร้อมเตรียมเจรจากับทางการเกาหลีใต้ เพื่อขอผ่อนผันการส่งออกสารโซลเวนท์และเร่งหาแหล่งนำเข้าวัตถุดิบสำรองอื่นๆ เพิ่มเติมทันที
ขณะที่ปุ๋ยเคมี กระทรวงพาณิชย์ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกปุ๋ย และหารือร่วมกับ 3 สมาคมปุ๋ย ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจการเกษตร รวมถึงผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายปุ๋ยรายสำคัญ เพื่อร่วมกันบริหารจัดการซัปพลายและเตรียมมาตรการรองรับ โดยได้รับการยืนยันว่า ปัจจุบันสต็อกปุ๋ยยังมีเพียงพอ และการสั่งซื้อแม่ปุ๋ยยังดำเนินการได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อทบทวนสินค้าและมาตรการที่จะใช้กำกับดูแลสถานการณ์ราคา และปริมาณสินค้า เพื่อรองรับสถานการณ์ในขณะนี้ ที่ต้นทุนยังมีความไม่แน่นอน จำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายควบคู่กัน เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมให้เข้มข้นขึ้น สอดคล้องกับสถานการณ์ และให้กรมการค้าภายใน สามารถติดตามต้นทุนและป้องกันการปรับราคาที่ไม่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที

...
กาง 5 มาตรการสู้แพง-ลดค่าครองชีพ
ที่ประชุมได้เตรียมมาตรการรับมือกับปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 5 มาตรการ คือ
1.ยกระดับกำกับดูแลสินค้า โดยเพิ่มรายการสินค้าจำเป็นเข้าสู่บัญชีสินค้าควบคุม อย่างเร่งด่วน อาทิ ผ้าอนามัย กระดาษชำระ แชมพู สบู่เหลว/สบู่ก้อน ผลิตภัณฑ์ล้างจาน ผงซักฟอก/น้ำยาซักผ้า เพื่อป้องกันการขึ้นราคาโดยไม่เป็นธรรมและไม่เป็นไปตามกลไกของราคาต้นทุนที่แท้จริงในช่วงวิกฤติ”
2. ร่วมมือพันธมิตรผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยหารือผู้ผลิตรายใหญ่นำสินค้าเฮาส์แบรนด์ หรือแบรนด์ทางเลือก แบรนด์รอง ของผู้ผลิตมาขายสู่ผู้บริโภคราคาถูก เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง คาดว่าจะเริ่มภายในเดือนเม.ย. เป็นระยะเวลา 2 เดือน
3. จัดงานธงฟ้าจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดทั่วประเทศ ระยะเวลาดำเนินการ มี.ค. – ส.ค.นี้
4. ออกมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง พิจารณามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น การช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพในช่วงสถานการณ์วิกฤต
5. ลดต้นทุนภาคเกษตร ขยายโครงการธงเขียวราคาประหยัด เป็น “ปุ๋ยธงเขียวพลัส” ครอบคลุมเกษตรกรในฤดูกาลเพาะปลูกสำคัญ และรองรับฤดูกาลผลิตที่กำลังจะมาถึง โดยสนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มี “บัตรดินดี” ของกรมพัฒนาที่ดินจะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย ระยะเวลาดำเนินการ พ.ค. – มิ.ย. 69
...
รวมทั้ง ปรับสูตรปุ๋ยเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า เช่น จาก 46-0-0 เป็นสูตรที่ใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น, ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ พร้อมสนับสนุนผ่านคูปองหรือเครื่องมือทางการเงิน และขอความร่วมมือสถาบันเกษตรกรซื้อปุ๋ยตรงหน้าโรงงานในราคาถูก โดยมีระยะเวลาการดำเนินการระหว่างเดือนเม.ย. - ก.ค.69

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม