ทางการจีนยืนยันกำลังประสานงานกับสหรัฐฯ เรื่องแผนเยือนจีนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ปลายเดือนนี้ ขณะที่ทรัมป์ยังขู่เลื่อนพบ สี จิ้นผิง หากจีนไม่ยื่นมือช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง
วันนี้ (16 มี.ค.) ทางการจีนได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการประสานงานกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับกำหนดการเดินทางเยือนประเทศจีนของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวว่าผู้นำสหรัฐฯ อาจตัดสินใจเลื่อนการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญนี้ออกไป หากรัฐบาลจีนไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
นายโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณว่าสหรัฐอาจจำเป็นต้องชะลอการพบปะกับนายสี จิ้นผิง ผู้นำสูงสุดของจีน ออกไป หากจีนยังมีท่าทีนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการที่ประเทศอิหร่านได้สั่งปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก เพื่อตอบโต้การทำสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล
โดยนายหลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ทั้งจีนและสหรัฐยังคงติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องในประเด็นเรื่องการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมย้ำว่าการทูตระดับประมุขของรัฐระหว่างสองมหาอำนาจโลกอย่างจีนและสหรัฐฯ เป็นกลไกสำคัญในการวางแนวทางด้านยุทธศาสตร์อย่างที่ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้
อย่างไรก็ตามนายหลิน เจี้ยน ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้ทั้งพันธมิตรนาโตและจีนเร่งหาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพียงแต่ยอมรับว่าสถานการณ์ที่ตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวกำลังสร้างความปั่นป่วนอย่างมากต่อเส้นทางการค้าสากล ทั้งในแง่ของการขนส่งสินค้าทั่วไปและสินค้าพลังงาน
...
วิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 40-50 นับตั้งแต่สงครามเริ่มปะทุ เนื่องจากการปิดช่องทางเดินเรือหลักที่ใช้ขนส่งสินค้าพลังงาน และที่การอิหร่านโจมตีแหล่งพลังงานรวมถึงอุตสาหกรรมการเดินเรือของประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
จีนเองถือเป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของเอเชียที่ต้องพึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซเป็นอย่างมากในการดำเนินเศรษฐกิจ โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Kpler ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา จีนนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางผ่านทางทะเลสูงถึงร้อยละ 57 ของการนำเข้าทั้งหมด
สำหรับกำหนดการเดินทางเยือนจีนตามที่สหรัฐฯระบุไว้นั้น คาดว่า ทรัมป์จะเดินทางถึงประเทศจีนในวันที่ 31 มีนาคม และจะพำนักอยู่จนถึงวันที่ 2 เมษายน นี้ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลจีนยังไม่ได้ออกมายืนยันวันเวลาที่แน่นอน ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่จีนมักจะเปิดเผยกำหนดการต่าง ๆ ออกมาอย่างเป็นทางการเพียงไม่นานก่อนถึงเวลาจริง.
ที่มา: CNA
อ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สงครามตะวันออกกลาง