“ทวี” บินด่วน ให้กำลังใจ “กมลศักดิ์” ชี้คนร้ายขนอาวุธสงครามผ่านด่านได้ ต้องมี “ขบวนการ” รู้เห็นเป็นใจ เร่งเจ้าหน้าที่ใช้น้ำหนักทางวิทยาศาสตร์แกะรอยมือยิง
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 มี.ค. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ เดินทางด่วนลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ที่ บ้านพักในพื้นที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
โดย พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมประชุมรับฟังความคืบหน้าคดีกับ พล.ต.ท.กฤษฎา แก้วจันดี ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามการแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง
พร้อมเปิดเผยภายหลังการหารือด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นคดีที่อุกฉกรรจ์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกิดขึ้นในช่วงหลังการเลือกตั้ง ซึ่งนายกมลศักดิ์เป็น สส. ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดในจังหวัดนราธิวาส ตนจึงเดินทางมาเพื่อติดตามการเยียวยาผู้บาดเจ็บ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน
“ได้ฝากกำชับทางตำรวจว่าอย่าใช้เพียงความรู้สึกในการสืบสวน แต่ขอให้เน้นหนักในเรื่องทางวิทยาศาสตร์ เพราะจากประสบการณ์ส่วนตัว การที่คนร้ายก่อเหตุในช่วงดึกและทราบความเคลื่อนไหวว่า สส. จะเดินทางกลับเข้าบ้านนั้น แสดงว่ามีการวางแผนมาอย่างดี” พ.ต.อ.ทวี ระบุ
นอกจากนี้หัวหน้าพรรคประชาชาติ ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงเส้นทางที่คนร้ายใช้หลบหนีและลำเลียงอาวุธว่า การมีอาวุธในครอบครอง คนร้ายที่มีอาวุธครบมือมักไม่กล้าขับผ่านด่านตรวจตามปกติ ขบวนการช่วยเหลือ หากคนร้ายสามารถเคลื่อนย้ายอาวุธและก่อเหตุได้ในพื้นที่ที่มีด่านตรวจหนาแน่น ย่อมมีความเป็นไปได้ว่าต้องมี “ขบวนการ” หรือผู้ให้ความช่วยเหลือในเส้นทางดังกล่าว ต้องการให้เจ้าหน้าที่เร่งหาความจริงให้ปรากฏเพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
...
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามถึงมูลเหตุจูงใจว่ามาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่รุนแรงในพื้นที่ จ.นราธิวาส หรือไม่ ? พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ในช่วง 1 เดือนของการหาเสียง พรรคประชาชาติลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอย่างต่อเนื่องจนถึงเที่ยงคืนทุกวันโดยไม่มีรถนำขบวน
“เราประเมินว่าเราไม่มีความขัดแย้งกับชาวบ้าน เพราะช่วงหาเสียงซึ่งกำหนดจุดหมายและเส้นทางชัดเจน กลับไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ดังนั้นการที่มาเกิดเหตุในช่วงนี้จึงต้องประเมินสาเหตุอื่นควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐานต่อไป”