เกิดคดีสะเทือนสังคมเกาหลีใต้ หลังศาลตัดสินความผิดหญิงสาวและแพทย์ 2 รายในข้อหาฆาตกรรม หลังร่วมกันทำแท้งทารกอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ แต่ทารกกลับรอดชีวิตจึงนำไปแช่แข็งจนเสียชีวิต คดีนี้กลายเป็นจุดชนวนวิพากษ์วิจารณ์ช่องโหว่ทางกฎหมายการทำแท้งในประเทศ
ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาตัดสินลงโทษหญิงสาวนามสมมติ "กวอน" (Kwon) วัย 20 ปีเศษ พร้อมด้วยศัลยแพทย์และผู้อำนวยการโรงพยาบาล ในข้อหาร่วมกันฆาตกรรมทารกที่เพิ่งลืมตาดูโลก โดยคดีนี้เริ่มเป็นที่สนใจของสาธารณชนในปี 2024 หลังจากควอนโพสต์วิดีโอลงยูทูบ เล่าประสบการณ์การทำแท้งเมื่ออายุครรภ์ได้ 36 สัปดาห์ จนนำไปสู่การตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขและการดำเนินคดีอาญาในที่สุด
อัยการระบุว่า ในระหว่างการผ่าคลอดเพื่อทำแท้ง ทารกได้ลืมตาดูโลกและยังมีชีวิตอยู่ แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลและศัลยแพทย์กลับนำทารกไปใส่ในตู้แช่แข็งจนเสียชีวิต จากนั้นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ปลอมแปลงเวชระเบียนว่าเป็นการ "คลอดออกมาแล้วเสียชีวิต" เพื่อปกปิดความผิด
ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาลงโทษผู้อำนวยการโรงพยาบาล วัย 81 ปี ระบุชื่อ "ยุน" จำคุก 6 ปี ส่วนศัลยแพทย์ผู้ลงมือ วัย 62 ปี ระบุชื่อ "ชิม" จำคุก 4 ปี ขณะที่นางสาวควอน แม่ของทารก จำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา
ศาลระบุว่า แม้ควอนจะอ้างว่าไม่ทราบถึงวิธีการสังหารเด็ก แต่หลักฐานชี้ชัดว่าเธอรับทราบจากแพทย์แล้วว่าทารกแข็งแรงดี และได้รับยินเสียงหัวใจจากการอัลตราซาวด์ รวมถึงรู้ดีว่าการผ่าคลอดในอายุครรภ์เท่านี้ทารกจะต้องรอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ศาลได้ใช้ความเมตตาในการรอลงอาญาเนื่องจากพิจารณาถึงสภาวะที่ขาดการสนับสนุนจากสังคมและช่องโหว่ทางกฎหมาย
การสอบสวนยังพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ได้รับเงินรวมกว่า 1,400 ล้านวอน (ประมาณ 30 ล้านบาท) จากการรับทำแท้งให้คนไข้มากกว่า 500 ราย โดยใช้ระบบ "นายหน้า" ในการส่งตัวลูกค้าเช่นเดียวกับกรณีของควอน
...
ทางด้านควอนให้การต่อศาลว่า เธอเพิ่งรู้ตัวว่าตั้งครรภ์เมื่ออายุครรภ์เข้าสู่เดือนที่ 7 และตัดสินใจทำแท้งเพราะไม่มีรายได้ที่มั่นคง รวมถึงเกรงว่าลูกจะเกิดมามีความผิดปกติเนื่องจากเธอทั้งดื่มสุราและสูบบุหรี่จัดตลอดช่วงที่ตั้งครรภ์
คดีนี้สะท้อนถึงปัญหาใหญ่ในเกาหลีใต้ หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งในปี 2019 โดยมีผลตั้งแต่ปี 2021 แต่รัฐสภายังไม่สามารถตกลงข้อกฎหมายใหม่เพื่อมาควบคุมการทำแท้งได้เนื่องจากความเห็นที่ขัดแย้งระหว่างกลุ่มการเมืองและกลุ่มศาสนา
ภาวะ "สุญญากาศทางกฎหมาย" นี้ ทำให้ปัจจุบันไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าการทำแท้งสามารถทำได้ถึงอายุครรภ์กี่สัปดาห์ ส่งผลให้เกิดกรณีการทำแท้งระยะสุดท้ายที่รุนแรงจนกลายเป็นการฆาตกรรมดังเช่นในกรณีนี้.
ที่มา BBC / The Korea Herald