ครอบครัวเชื่อ คนร้ายขับชน 2 นักศึกษาไทย มีอาการป่วยทางจิต เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน และเชื่อว่าคนร้ายจะอ้างเพื่อลดโทษจากการเสพสารมึนเมา เนื่องจากมีประวัติกระทำผิดมากมาย รวมถึงการละเมิดทัณฑ์บน
จากกรณีสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุสลดขึ้นกับคนไทย เมื่อเวลา 21.10 น. ของวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา นายเอดาน เนกรอน-มอร์ริส ชาวอเมริกัน วัย 42 ปี ขับรถไม่เปิดไฟหน้าพุ่งชนคนข้ามถนน ซึ่งเป็นสองคนไทย เสียชีวิต ก่อนที่จะขับหนีไป โดยผู้เสียชีวิตได้แก่ Greatgomon Laowatdhanasapya ชายไทยอายุ 23 ปี และ Sarisa Kongduang นักศึกษาหญิงชาวไทย อายุ 22 ปี ซึ่งทั้งคู่อยู่ระหว่างการท่องเที่ยวช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ต่อมาตำรวจจับกุมผู้ก่อเหตุได้จากบริเวณเดียวกันนี้ พร้อมตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายจำนวน 2 กระทง และข้อหาหลบหนีจากที่เกิดเหตุในคดีที่มีผู้เสียชีวิตอีก 2 กระทง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความชี้แจง ระบุว่า จากที่ได้เริ่มมีสื่อไทยนำข่าวเหตุการณ์น่าสลดใจ ที่มีนักศึกษาไทยถูกรถชนเสียชีวิต 2 คนที่รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมานำเสนอ แต่มีเนื้อหาบางส่วนที่คลาดเคลื่อนออกไปจากข้อเท็จจริง ทางครอบครัวของหนึ่งในเหยื่อผู้เสียชีวิตที่ผมรู้จักเป็นการส่วนตัว จึงได้ขอให้ช่วยชี้แจง อธิบายเพิ่มเติมดังต่อไปนี้
...
ทางนายเอดาน ผู้ต้องหาที่ได้ขับรถพุ่งชนน้องทั้งสองขณะที่เดินข้ามถนน ซึ่งได้มาอยู่ที่สหรัฐฯ เพื่อมาศึกษาและเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอินเดียนาด้วยกันทั้งคู่ และได้ลงมาเที่ยวที่ไมอามีก่อนจะมาเสียชีวิต ด้วยน้ำมือของนายเอดาน ซึ่งถูกจับกุมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่มีการรายงานว่าผู้ต้องหามีประวัติเป็น “ผู้ป่วยทางจิต” ไม่ใช่แค่มึนเมาจากสารเสพติดจนกระทำผิด
ซึ่งข้อมูลที่ได้รับทราบมาเรื่อง “สภาวะทางจิต” ของนายเอดาน เป็นเพียงการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่ฯ และสื่อที่นั่น เนื่องจากเจ้าตัวอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนตั้งใจที่จะขับรถ “ปลิดชีพ” ตนเอง ก่อนจะมาชนเหยื่อทั้งสอง เพราะเชื่อได้ว่าผู้ต้องหามีเจตนาใช้เรื่องความไม่ปกติทางจิต เป็นข้อแก้ตัวเพื่อหวังลดโทษจากการเสพสารมึนเมา จนขับรถผ่าไฟแดงพุ่งชนน้องทั้งสองจนเสียชีวิต ก่อนที่จะพยายามหลบหนีจนถูกจับได้ในที่สุด เพราะเจ้าตัวมีประวัติการกระทำผิดมากมาย รวมถึงการละเมิดทัณฑ์บนด้วย
ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตจึงขอขอบคุณสื่อที่เผยแพร่ข่าวนี้เพื่อไม่ให้คดีนี้เงียบไปเพียงเพราะเกิดขึ้นในต่างแดน และต้องการที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับเหยื่อทั้งสอง แต่ในเวลาเดียวกันก็ขอให้ไม่นำเสนอเนื้อหาที่คลาดเคลื่อนที่อาจเป็นการช่วยลดโทษจากหนักเป็นเบาโดยอ้อมให้แก่ผู้ต้องหา ด้วยการให้ความชอบธรรมว่ามีสภาวะทางจิตเป็นข้ออ้าง ทั้งที่จริงแล้วเป็นผู้ที่มีประวัติโชกโชนด้านอาชญากรรม
สุดท้ายผมต้องขอแสดงความเสียใจกับทั้งสองครอบครัวอีกครั้ง และขอขอบคุณกระทรวงต่างประเทศที่จะช่วยประสานงานให้ครอบครัวผ่านทางกงสุลไทยที่สหรัฐฯตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งเราก็หวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะช่วยดำเนินการติดตามเรียกร้องสิทธิในคดีนี้ให้กับครอบครัวของทั้งสองเหยื่อต่อจากนี้ด้วย
อ้างอิงจาก เฟซบุ๊ก พายุ เนื่องจำนงค์, ภาพจาก : nypost.com