สายการบิน Korean Air ประกาศเข้าสู่โหมดบริหารจัดการฉุกเฉิน หลังต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว จากผลกระทบของความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก

โฆษกของสายการบิน Korean Air ระบุว่า บริษัทจะดำเนินมาตรการลดต้นทุนภายในองค์กร เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยล่าสุดราคาทะลุระดับ 110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ข้อมูลจาก International Air Transport Association ระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ยพุ่งขึ้นเกือบแตะ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

นายวู คี-ฮง รองประธานของ Korean Air เปิดเผยผ่านบันทึกภายในถึงพนักงานว่า บริษัทมีแผนจะเปลี่ยนเข้าสู่ระบบบริหารฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ เพื่อเตรียมรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน พร้อมย้ำว่ามาตรการดังกล่าวไม่ใช่เพียงการลดค่าใช้จ่ายระยะสั้น แต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างองค์กรในระยะยาว

นอกจาก Korean Air แล้ว สายการบิน Asiana Airlines และ Air Busan ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่ม Hanjin Group ก็ได้เริ่มใช้มาตรการบริหารฉุกเฉินเช่นกัน

ทั้งนี้ เกาหลีใต้ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก

นักวิเคราะห์มองว่า หากราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงต่อเนื่อง อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกอาจต้องเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ทั้งในด้านต้นทุน การปรับราคาตั๋วโดยสาร และความต้องการเดินทางของผู้บริโภคในระยะถัดไป.

...

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ