รัฐบาลรับลูก กม. สินค้าปลอดตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป แต่ยังกั๊กไม่แก้คำนิยาม “ป่า” หวั่นกระทบสิทธิที่ดินและโครงสร้างกฎหมายไทยเดิม
วันที่ 17 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กรณีข้อเสนอแนะเรื่องการปฏิรูปกฎหมายป่าไม้เพื่อรองรับกติกาการค้าใหม่ของสหภาพยุโรป หรือ EUDR
นางสาวลลิดาระบุว่า กฎระเบียบ EUDR ของยุโรปจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า 7 กลุ่มหลัก ได้แก่ วัว, ไม้, ปาล์มน้ำมัน, ถั่วเหลือง, โกโก้, กาแฟ และยางพารา รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูป ซึ่งผู้ประกอบการต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ได้มาจากพื้นที่บุกรุกป่า มิเช่นนั้นจะถูกกีดกันออกจากตลาดอียูทันที แม้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จะเสนอให้ไทยสังคายนานิยามคำว่า “ป่า” ให้สอดคล้องกับสากล แต่จากการระดมสมองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ทส., พาณิชย์, กฤษฎีกา, บีโอไอ) เห็นตรงกันว่ายังไม่ควรแก้ในขณะนี้ เพราะกฎหมายป่าไม้ไทยมีเจตนารมณ์เฉพาะที่แยกพื้นที่ป่าออกจากที่ดินเอกชนโดยใช้เอกสารสิทธิ หากไปแก้คำนิยามอาจเกิดความสับสนทางกฎหมายและกระทบสิทธิครอบครองที่ดินของประชาชนเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสั่งการให้เร่งพัฒนากลไกตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และระบบรับรองแหล่งที่มาของวัตถุดิบให้เป็นมาตรฐานเดียวกับที่อียูยอมรับ เพื่อให้สินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอว่า หากจะมีการแก้ไขกฎหมายในอนาคต จะต้องประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นระบบ และต้องฟังเสียงเกษตรกรให้รอบด้านก่อน ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลก แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อปากท้องเกษตรกรไทยไปพร้อมๆ กัน
...