ตำรวจอินโดนีเซียเปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับชายชาวญี่ปุ่น 13 คน หลังปลอมตัวเป็นตำรวจ หลอกลวงเหยื่อในญี่ปุ่นผ่านวิดีโอคอลและระบบออนไลน์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

นายยูลดี ยูสมาน  รักษาการอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดมีอายุระหว่าง 40–45 ปี ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่เซนตุล ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยและธุรกิจบนเนินเขาในเขตโบกอร์ จังหวัดชวาตะวันตก ใกล้กับกรุง จาการ์ตา

คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสังเกตเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่จึงขยายผลด้วยการสืบสวน ลงพื้นที่สำรวจ และเฝ้าติดตามแบบอำพราง จนยืนยันได้ว่ามีกิจกรรมผิดกฎหมายเกิดขึ้นภายในบ้านพักดังกล่าว โดยเป็นกลุ่มชาวญี่ปุ่น 


ผลการสอบสวนเบื้องต้นชี้ว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นสมาชิกเครือข่ายหลอกลวงทางโทรศัพท์และออนไลน์ มุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่น โดยใช้วิธีโทรผ่านอินเทอร์เน็ตและวิดีโอคอล พร้อมสวมเครื่องแบบตำรวจและติดตราตำรวจปลอม เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและกดดันให้เหยื่อโอนเงิน ซึ่งของกลางที่ตรวจยึดได้ ได้แก่ เครื่องแบบตำรวจญี่ปุ่น, ตราตำรวจปลอม, โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตจำนวนมาก, เราเตอร์อินเทอร์เน็ต, หนังสือเดินทางของผู้ต้องหา

...

แม้จะพบว่ามีเหยื่อหลายร้อยราย ในญี่ปุ่น แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ เนื่องจากผู้ต้องหาปฏิเสธให้การ หากไม่มีนักการทูตหรือทนายความจากญี่ปุ่นเข้าร่วม

นายยูสมานระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียจับกุมชาวญี่ปุ่นในคดีฉ้อโกงลักษณะนี้ และเป็นคดีแรกที่ผู้กระทำผิดและเหยื่อเป็นชาวญี่ปุ่นด้วยกันเอง โดยพบว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่เดินทางเข้าอินโดนีเซียด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ส่วนที่เหลือใช้วีซ่าธุรกิจ


ขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอินโดนีเซียกำลังประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกรุงจาการ์ตา เพื่อตรวจสอบเอกสารต้นฉบับ และหารือกับรัฐบาลญี่ปุ่นเกี่ยวกับกระบวนการส่งตัวผู้ต้องหา

กลุ่มผู้ต้องหาอาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายหลายฉบับของอินโดนีเซีย ทั้งประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายข้อมูลและธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง.


ที่มา : NHK

คลิกอ่าน ข่าวต่างประเทศ