"กรมทะเลและชายฝั่ง" เผยผลชันสูตร "วาฬบรูด้า" เกยตื้นที่ จ.สมุทรสาคร ถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกเข้าช่องท้องด้านซ้าย เกิดอาการช็อกเสียเลือดมาก-เจ็บปวดรุนแรง จนเสียชีวิตพร้อมลูกน้อยในท้อง 

เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โพสต์ข้อความ รายงานผลการชันสูตรซากวาฬบรูด้าเกยตื้น จังหวัดสมุทรสาคร โดยระบุว่า ในวันที่ 13-15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 สมุทรสาคร ลงพื้นที่ชันสูตรซากวาฬที่สำรวจ พบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ณ ชายฝั่งทะเลจังหวัดสมุทรสาคร นั้น

พบเป็นวาฬบรูด้า (Bryde's whale: Balaenoptera edeni) ไม่ทราบชื่อ เพศเมีย โตเต็มวัย ความยาว 11.5 เมตร สภาพซากเน่า ผิวหนังลอกหลุด สันนิษฐานว่าตายมาแล้วไม่เกิน 7 วัน ในเบื้องต้นไม่สามารถเปรียบเทียบอัตลักษณ์วาฬบรูด้าในฐานข้อมูลได้เนื่องจากไม่พบลักษณะพิเศษภายนอกที่สามารถระบุตัวตนได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อวาฬบรูด้าเพื่อส่งตรวจเปรียบเทียบด้านพันธุกรรมต่อไป 

สัตวแพทย์ ศวทบ. ชันสูตรพบว่าวาฬมีความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ชั้นไขมันใต้ผิวหนังหนา 5 เซนติเมตร ไม่พบบาดแผลภายนอก ระบบกล้ามเนื้อโครงร่างพบการช้ำคั่งเลือดของกล้ามเนื้อบริเวณข้างลำตัวด้านซ้ายส่วนท้อง พบเลือดคั่งในเยื่อหุ้มกระดูกสันหลังส่วนเอว ที่ 5-8 (L5-L8) 

...

ระบบทางเดินหายใจ บริเวณส่วนท้ายของปอดข้างซ้ายพบการคั่งเลือดในเนื้อเยื่อปอด หัวใจและหลอดเลือดมีโครงสร้างปกติ พบลิ่มเลือดนิ่มในหัวใจห้องขวา พบการฉีกขาดของกระบังลม มดลูกและบางส่วนของลำไส้ทะลักเข้าสู่ช่องอก 

พบลูกวาฬขนาด 117 เซนติเมตร ซึ่งอยู่ในระยะต้น-กลางในการตั้งท้อง ทะลักอยู่นอกมดลูก อวัยวะภายในอื่น ๆ เช่น ตับ ไต เน่าและไม่พบความผิดปกติที่สังเกตเห็นได้ 

สรุปสาเหตุการตาย เกิดจากการถูกของแข็งไม่มีคมกระแทกโดยตรงบริเวณช่องท้องด้านซ้าย ส่งผลให้ความดันในช่องท้องสูงเฉียบพลัน กระบังลมฉีกขาด และดันให้อวัยวะภายในบางส่วนไหลเข้าสู่ช่องอก ทำให้หายใจลำบาก เกิดภาวะช็อคจากการสูญเสียเลือดและเจ็บปวดอย่างรุนแรง 

ทั้งนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาคร ในการจัดการฝังกลบซากดังกล่าว โดยโครงกระดูกของวาฬบรูด้าทั้งหมดอยู่ในระหว่างขั้นตอนการอนุรักษ์กระดูก เพื่อจัดแสดงภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สัตว์ทะเลหายากในพื้นที่อ่าวไทยตอนบนต่อไป 

ทั้งนี้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการทางทะเลช่วยกันเฝ้าระวัง ลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก รวมทั้งร่วมกันอนุรักษ์วาฬบรูด้าซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และเป็นสัญลักษณ์สำคัญของระบบนิเวศอ่าวไทย





ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง