นายกฯ เผยเป็นพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ “ครม.อนุทิน 2” พร้อมทำงานเต็มที่เพื่อประชาชน เบื้องต้นเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 เม.ย. พร้อมประชุม ครม. ทันที เตรียมร่างแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ พวกเราทุกคนก็ยังทำงานอย่างเต็มความสามารถรับใช้พี่น้องประชาชน
เมื่อถามถึงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เตรียมสาระสำคัญก็เกือบจะครบถ้วนแล้ว เรายังมีเวลาอีกประมาณ 1 สัปดาห์ ถ้าจะเพิ่มหรือทำให้มันมีความสมบูรณ์มากกว่านี้ เมื่อถามว่า สาระสำคัญของร่างแถลงนโยบายฯ รวมของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรารวมข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน
เมื่อถามว่าจะต้องมีการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาพูดคุยก่อนแถลงนโยบายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คุยแล้ว ระหว่างการจัดทำร่างเราก็มีการเชิญมาพูดคุยกันแล้ว เดี๋ยวจะส่งให้พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าไม่มีอะไรแก้ไขในสาระสำคัญก็จะส่งให้สภาด้วย เพื่อให้ สส. ได้ไปอ่านและไปศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมในการอภิปราย ซึ่งตนเชื่อว่าในการอภิปรายจะต้องมีข้อแนะนำและข้อเสนอแนะดีๆ นอกเหนือจากการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งรัฐบาลก็จะรับมาดำเนินการ รัฐบาลนี้ฟังประชาชนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะมีการตั้งทีมเพื่อรับฟังการอภิปรายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกใหม่ เมื่อถามว่า คำแถลงนโยบายจะมีการเพิ่มอะไรเป็นพิเศษอีกหรือไม่นอกจาก 4 ด้านสาระสำคัญที่เขียนไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็นำเสนอเข้าไปและรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เพราะเราแถลงต่อสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่สภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว ฉะนั้นเชื่อว่าเราจะได้รับข้อเสนอแนะ แนวคิด แนวทางดีๆ จากคนที่เป็นตัวแทนของประชาชน
...
เมื่อถามย้ำว่ามีอะไรที่เพิ่มมาเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิมที่เราหาเสียงไว้ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องของพลังงาน เรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการที่ไทยจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชัน การปราบปรามยาเสพติด เป็นสิ่งที่เราต้องทำเพราะเราจะเข้าไปเป็นสมาชิกของ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) เพื่อบอกชาวโลกว่าเราเป็นประเทศที่เชื่อถือได้ เป็นประเทศที่มีธรรมาภิบาล มีคุณธรรมในการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็ต้องมีความสะอาด ไม่ใช่เข้าไปเปื้อนไปหมดแบบนี้ แบบเปื้อนไปหมดแบบนี้เข้าไปก็เท่ากับเป็นการประจานตัวเอง ไม่ได้หรอก
เมื่อถามว่าได้วันเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากเลขาธิการคณะรัฐมนตรี อย่างไม่เป็นทางการว่าน่าจะเป็น วันที่ 6 เมษายน อันนี้สุดแล้วแต่ทางสำนักพระราชวังแจ้งมา ตรงนี้เรากำหนดไม่ได้ ก็รอแจ้งอย่างเป็นทางการมา แต่เบื้องต้นได้รับการประสานมาว่าให้เตรียมตัวไว้ตั้งแต่จากนี้เป็นต้นไป คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทุกคนก็ได้รับการแจ้งว่าต้องมีความพร้อมตลอดเวลาที่จะไปเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ แต่ว่าวันไหนเวลาไหน ที่แน่นอน เดี๋ยวจะประสาน เรากำหนดไม่ได้
เมื่อถามว่าภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณเสร็จจะเรียกประชุมครม.เลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทันทีครับ และจากนั้น เป็นการแถลงนโยบาย