ความขัดเเย้งในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อประเทศกำลังพัฒนา ที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรุนแรง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่กำลังตึงเครียดในปัจจุบัน ส่งผลให้การขนส่งปุ๋ยหยุดชะงักและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ที่ทำให้ราคาอาหารพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในหลายประเทศที่อยู่ในสภาพเปราะบาง ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้เศรษฐกิจถดถอยยาวนานหลายปี ในขณะที่หลายประเทศกำลังฟื้นตัวจากวิกฤตการณ์ระดับโลกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน

ประเทศกำลังพัฒนาหลายแห่งที่เริ่มมีความเข้มแข็งขึ้น และเริ่มดึงดูดการลงทุนหน้าใหม่มากขึ้น หลังจากการระบาดของ Covid-19 ทั่วโลกและสงครามในยูเครน ที่ทำให้ตลาดอาหาร เชื้อเพลิง และตลาดการเงินปั่นป่วน แต่ตอนนี้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังทำให้ประเทศกำลังพัฒนาเหล่านั้นต้องชะงักลงอีกครั้งและทำให้ครัวเรือนต้องดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

โอดีล เรโนด์-บาสโซ ประธานธนาคารเพื่อการบูรณะและพัฒนาแห่งยุโรปให้สัมภาษณ์ว่า สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาอาหารในระยะยาว 

จุดเปลี่ยนสำคัญตอนนี้คือทางเตหะรานสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของการค้าทั่วโลก และผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียเป็นผู้จัดหาแอมโมเนียและยูเรียรายใหญ่ ตามข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ธนาคารแห่งอเมริกาเตือนว่าความขัดแย้งนี้คุกคามอุปทานยูเรียทั่วโลกถึง 65-70 เปอร์เซ็นต์ และราคายูเรียในปัจจุบันก็พุ่งสูงขึ้นแล้ว 30-40 เปอร์เซ็นต์

นักเศรษฐศาสตร์ชี้เเจงว่า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์ในโลกจะลดลง  ธัญพืชที่เป็นอาหารสัตว์ และรวมถึงผลิตภัณฑ์จากนมและเนื้อสัตว์

...

ส่วนประเทศฝั่งละตินอเมริกาที่เป็นประเทศมหาอำนาจด้านพลังงานเเละการเกษตรอย่างบราซิลเเละอาร์เจนตินา ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดเเย้งในครั้งนี้มากนักเพราะอยู่ห่างจากสภาวะสงครามในตะวันออกกลางแต่เริ่มสังเกตเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้น นายคาร์ลอส ฟาวาโร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของบราซิล ออกมาเตือนว่าประเทศบราซิลอาจเผชิญปัญหาการขาดแคลนปุ๋ย จากการสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ในทางตรงกันข้าม โซมาเลีย บังกลาเทศ เคนยา และปากีสถาน ที่ไม่ได้เก็บสำรองปุ๋ยไว้จำนวนมาก และพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางอย่างมาก รวมถึงจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) กล่าวว่าต้นทุนปุ๋ยของเคนยาเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยูซุฟ มูรังวา กล่าวในการแถลงข่าวว่า รวันดาซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศนำเข้าปุ๋ยส่วนใหญ่จากกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลาง กำลังพิจารณามาตรการต่างๆ เพื่อปกป้องภาคการเกษตรของประเทศตนเอง 

สถานการณ์ครั้งนี้ต่างกับในปี 2022 ที่เกิดสงครามระหว่างรัสเซียเเละยูเครนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออกอาหารรายใหญ่, ราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น หรือการขาดแคลนทางอาหารอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตร ในขณะที่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครนเริ่มต้นขึ้น ทำให้ต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน

ข้อมูลจากสมาคมปุ๋ยระหว่างประเทศรายงานว่า สินค้าเกษตรประเภทที่ต้องการไนโตรเจนสูงอย่าง ข้าวโพดเเละข้าวสาลี มีเเนวโน้มที่จะราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนในห่วงโซ่อุปทานสูงขึ้น 

ด้านธนาคารเพื่อการบูรณะเเละพัฒนาแห่งยุโรป กำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือต่างๆ รวมถึงความช่วยเหลือด้านการจัดหาปุ๋ยเพื่อการเกษตรและเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการฉุกเฉินหากสงครามไม่ยุติลงในเร็ววัน.


ที่มา : CNA