ยุครุ่งเรืองของเกียร์ธรรมดาอาจจะดูเหมือนผ่านพ้นไปแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้รถสมรรถนะสูงส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนมาใช้แป้นเหยียบแค่สองแป้น (เกียร์ออโต้) กันหมด เหลือรถแค่ไม่กี่รุ่นที่ยังยอมให้เราโยกคันเกียร์เอง ซึ่งหลายคนก็มองว่าอีกไม่นานเกียร์ธรรมดาคงหายสาบสูญไปตามกาลเวลา แต่สำหรับ BMW ตระกูล M รถแรงจากมิวนิคโดยเฉพาะรุ่นพิเศษ ยังคงกอดเกียร์ธรรมดา 6 สปีดเอาไว้แน่น พราะความต้องการของลูกค้ายังสูงพอที่จะทำให้ BMW M รู้สึกว่า คุ้มค่าที่จะทำต่อ 

ถึงแม้ว่ารถตระกูล M รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะตามมาจะเป็นระบบไฟฟ้า (EV) มากขึ้น แต่เกียร์ธรรมดาก็ยังไม่ลาโลกไปในเร็วๆ นี้  ผู้บริหารระดับสูงของ BMW M  ให้สัมภาษณ์กับสื่อธุรกิจของเยอรมันว่า แบรนด์ยังไม่พร้อมจะทิ้งเกียร์ธรรมดา Sylvia Neubauer รองประธานฝ่ายลูกค้าและแบรนด์ M ยืนยันว่า ตอนนี้ทีมวิศวกรกำลังทำงานกันอย่างหนัก เพื่อทำให้ชุดเกียร์ธรรมดาสามารถรองรับพละกำลังที่มหาศาลขึ้นเรื่อยๆ ของเครื่องยนต์สันดาปในอนาคต นั่นถือเป็นข่าวดีที่น่าสนใจมาก เมื่อย้อนมองไปที่ M2 CS รุ่นก่อนหน้านี้ที่ต้องจำใจใช้แต่เกียร์ออโต้เพียงอย่างเดียว เพราะเกียร์ธรรมดาในตอนนั้นเอาไม่อยู่ คือไม่สามารถรับแรงบิดมหาศาลจากเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงตัวแรงนั้นได้ ถ้ายัดลงไปมีหวังแรงบิดอาจทำให้เกียร์เสียหายได้

...

แม้ว่าทาง BMW M จะยังไม่ได้เผยเทคนิคที่กำลังซุ่มพัฒนาอยู่ แต่สื่อเยอรมันอย่าง Automobilwoche ก็วิเคราะห์ความเป็นไปได้ว่า รถตระกูล M รุ่นใหม่ในอนาคตที่ใส่เกียร์ธรรมดามาให้ อาจจะต้องยอมโดนลดกำลังเครื่องยนต์  (Detuned) ลงมานิดหน่อย เพื่อให้ชุดเกียร์สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นและทนทานในการใช้งานระยะยาว 

ทางเลือกที่ต้องแลก ถ้าคุณรักฟีลลิ่งการสับเกียร์เอง คุณอาจจะได้รถที่มีแรงม้าน้อยกว่ารุ่นเกียร์ออโต้นิดหน่อย เพื่อถนอมชุดเกียร์ สำหรับความพยายามของวิศวกร แสดงให้เห็นว่า BMW M พยายามรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมไว้ให้ได้ แม้เทคโนโลยีเครื่องยนต์จะแรงไปไกลกว่าขีดจำกัดของเกียร์ธรรมดาแบบปกติแล้วก็ตาม เรียกว่าเป็นการเอาใจสาย Manual แบบสุดๆ แม้จะต้องยอมปรับจูนเครื่องยนต์ให้เบาลงบ้างเพื่อให้ยังขับสนุกได้เหมือนเดิม 

ข้อจำกัดทางเทคนิคของเกียร์ธรรมดาใน BMW M Car ไม่ได้อยู่ที่แรงม้าแต่มันอยู่ที่แรงบิด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ BMW 3.0 CSL รุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นรถเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงที่แรงที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิตมา เครื่องรหัสS58  ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ตัวนี้ รีดแรงม้าออกมาได้ถึง 553 ตัว ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของเครื่อง 6 สูบเรียงเทอร์โบจากโรงงานเลยทีเดียว

แต่ประเด็นสำคัญก็คือ วิศวกรต้องจำกัดแรงบิดของเครื่องเอาไว้ที่ 550 นิวตันเมตร เพื่อให้เกียร์ธรรมดายังสามารถรองรับแรงบิดไหว ทั้งที่จริงๆ แล้วเครื่องตัวเดียวกันนี้ในรถรุ่นอื่น (ที่เป็นเกียร์ออโต้) สามารถปั่นแรงบิดเพิ่มได้อีกถึง 100 นิวตันเมตร ถามว่าทำไม BMW ไม่สร้างเกียร์ธรรมดาลูกใหม่ขึ้นมาเลยล่ะ? คำตอบคือมันไม่คุ้ม เพราะการลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาเกียร์รุ่นใหม่มาใส่ในรถแค่ไม่กี่รุ่นนั้นดูจะไม่สมเหตุสมผลในเชิงธุรกิจ แม้ว่าทั่วโลกจะยังมีความต้องการสูงอยู่บ้าง แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือยอดขายส่วนใหญ่มันไหลไปทางเกียร์ออโต้เกือบหมดแล้ว เมื่อ Z4 M40i เลิกผลิต ทำให้ตอนนี้ BMW เหลือรถเกียร์ธรรมดาให้เลือกแค่ 3 รุ่นเท่านั้น คือ M2, M3 และ M4  

...

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ BMW Series 3 รุ่นใหม่จ่อคิวเปิดตัวเร็วๆ นี้ หมายความว่า M3 โฉมปัจจุบัน (G80) ก็กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายของอายุโมเดลแล้ว หลายฝ่ายเลยเริ่มกังวลและไม่ค่อยเชื่อว่า M3 เจนเนอเรชั่นถัดไป (รหัส G84) จะยังมีเกียร์ธรรมดาให้เลือกอยู่หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การยอมลดความแรงเครื่องยนต์ลง (Detuning) เพื่อแลกกับการได้เหยียบคลัตช์สับเกียร์เอง อาจจะเป็นข้อตกลงที่ลูกค้าบางกลุ่มยอมรับได้ ซึ่งในตอนนี้ก็ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธงว่า BMW M จะรักษาแป้นคลัตช์  ให้อยู่รอดต่อไปได้นานแค่ไหน 

สถานการณ์ตอนนี้ มีทางเลือกน้อยลงสำหรับลูกค้าสายเกียร์ธรรมดาที่มีคนรุ่นใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ รถ M ที่มีเกียร์แมนนวล เหลือแค่ M2, M3, M4 เท่านั้น ส่วนอนาคตนั้นก็ยังมีความไม่แน่นอน M3 รุ่นใหม่ (G84) อาจจะไม่มีเกียร์ธรรมดาโผล่ออกมาเอาใจนักขับสายสับ สำหรับทางออกที่อาจเป็นไปได้ ใครอยากสับเกียร์เอง อาจจะต้องยอมขับรถที่โดนกั๊กแรงบิดไว้ เพื่อให้เกียร์ไม่พัง ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าใจหายสำหรับคนรักเกียร์ธรรมดานะ เพราะเหมือนเรากำลังนับถอยหลังการจากไปของมันจริงๆ

...

ต่อให้ M3 รุ่นถัดไปจะเหลือแค่เกียร์ออโต้ แต่เกียร์ธรรมดาก็ยังน่าจะกัดฟันสู้ต่อไปได้จนถึงปี 2029  เพราะ BMW วางแผนจะลากการผลิต M2 และ M4 ต่อไปอีกประมาณ 3 ปี โดยจะยังคงมีตัวเลือกเกียร์ธรรมดา 6 สปีดไว้ให้จนถึงวันสุดท้ายของการผลิต ซึ่งก่อนที่มันจะจากไปจริงๆ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ BMW จะออกรุ่นพิเศษเพื่อเป็นการ ทิ้งทวนให้กับตำนานเกียร์ธรรมดา 

นอกจากนี้ Neubauer ยังยืนยันในบทสัมภาษณ์เดียวกันว่า M ยังคงไม่ทิ้งเครื่องยนต์สันดาป แต่ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ กฎหมายมลพิษ ที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นตัวจำกัดพลังของเครื่องยนต์ ตัวอย่างที่เห็นชัดคือในยุโรป BMW จำเป็นต้อง ยอมลดกำลัง (Detuned) เครื่องยนต์ V8 ในรุ่น M5 และ XM ลง เพื่อให้ผ่านมาตรฐาน Euro 7 ที่กำลังจะมาถึง แล้วพ่วงด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริดจนทำให้ M ทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักตัวบานตะไทอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ BMW ต้องยอมหั่นแรงม้าแรงบิดในหลายๆ รุ่นที่ขายในยุโรป เพื่อให้ยังสามารถวางขายต่อไปได้ภายใต้กฎหมายที่เข้มงวดสุดๆ สำหรับทิศทางในอนาคต แน่นอนว่ามันอยู่มานานและยังเหนียวไม่ตายทันที  เกียร์ธรรมดาน่าจะอยู่กับเราไปจนถึงปี 2029 (ใน M2 และ M4) รุ่นอำลา เตรียมลุ้นรุ่นพิเศษส่งท้ายสำหรับสายสับเกียร์

...

ศึกรอบด้าน นอกจากเรื่องเกียร์รับแรงบิดไม่ไหวแล้ว ยังต้องสู้กับกฎหมาย Euro 7 ที่บีบให้เครื่องยนต์ต้องแรงน้อยลงเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เป็นยุคที่วิศวกรต้องทำงานหนัก ทั้งพยายามรักษาอารมณ์การขับ และต้องทำให้ผ่านเกณฑ์มลพิษไปพร้อมกัน

มันคือศึกสายเลือด ระหว่างวิศวกรที่อยากสร้างรถที่ขับสนุก กับหน่วยงานกำกับดูแลที่เน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมครับ และศึกนี้จะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆนับต่อจากนี้

ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) ค่ายรถต้องลดการปล่อยก๊าซมลพิษจากรถ  (Fleet-wide emissions) ลงให้ได้ถึง 55% เมื่อเทียบกับระดับของปี 2021

ภายในปี 2035 (พ.ศ. 2578) เป้าหมายคือต้องลดลงให้ได้ถึง 100% (หรืออย่างน้อย 90% ตามการปรับแก้ล่าสุดในบางกลุ่ม) ซึ่งนั่นหมายความว่ารถใหม่แทบทุกคันที่ออกจากโรงงานจะต้องเป็น "รถที่ไม่ปล่อยมลพิษเลย" (Zero-emission)  

ทำไมเรื่องนี้ถึงส่งผลกระทบต่อเกียร์ธรรมดาและเครื่องสันดาป?

  1. ค่าปรับมหาศาล ถ้าค่าเฉลี่ยไอเสียของรถทั้งค่ายเกินเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับมหาศาล ซึ่งสุดท้ายภาระนี้ก็จะตกมาอยู่ที่ราคารถ ทำให้รถน้ำมันแพงขึ้นจนคนซื้อไม่ไหว

  2. ความพยายามประคองเครื่องสันดาป การที่ BMW M พยายามลดกำลังเครื่องยนต์ (Detune) ไม่ใช่แค่เพื่อถนอมเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยลดการปล่อยไอเสียเพื่อให้ตัวเลขรวมของค่ายยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายยอมรับได้ด้วย

  3. อนาคตของ E-Fuels แม้จะมีช่องว่างให้เครื่องสันดาปอยู่รอดหลังปี 2035 หากใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) แต่ต้นทุนและการพัฒนาก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่

  • ค่าปรับมหาศาล ถ้าค่าเฉลี่ยไอเสียของรถทั้งค่ายเกินเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับมหาศาล ซึ่งสุดท้ายภาระนี้ก็จะตกมาอยู่ที่ราคารถ ทำให้รถน้ำมันแพงขึ้นจนคนซื้อไม่ไหว

  • ค่าปรับมหาศาล ถ้าค่าเฉลี่ยไอเสียของรถทั้งค่ายเกินเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทจะต้องจ่ายค่าปรับมหาศาล ซึ่งสุดท้ายภาระนี้ก็จะตกมาอยู่ที่ราคารถ ทำให้รถน้ำมันแพงขึ้นจนคนซื้อไม่ไหว

  • ความพยายามประคองเครื่องสันดาป การที่ BMW M พยายามลดกำลังเครื่องยนต์ (Detune) ไม่ใช่แค่เพื่อถนอมเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยลดการปล่อยไอเสียเพื่อให้ตัวเลขรวมของค่ายยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายยอมรับได้ด้วย

  • ความพยายามประคองเครื่องสันดาป การที่ BMW M พยายามลดกำลังเครื่องยนต์ (Detune) ไม่ใช่แค่เพื่อถนอมเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว แต่ยังเป็นการช่วยลดการปล่อยไอเสียเพื่อให้ตัวเลขรวมของค่ายยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายยอมรับได้ด้วย

  • อนาคตของ E-Fuels แม้จะมีช่องว่างให้เครื่องสันดาปอยู่รอดหลังปี 2035 หากใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) แต่ต้นทุนและการพัฒนาก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่

  • อนาคตของ E-Fuels แม้จะมีช่องว่างให้เครื่องสันดาปอยู่รอดหลังปี 2035 หากใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ (E-Fuels) แต่ต้นทุนและการพัฒนาก็ยังเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่

    พูดง่ายๆ คือ เรากำลังอยู่ในช่วง "หัวเลี้ยวหัวต่อ" สุดท้าย ของโลกยานยนต์ยุคเดิมครับ ใครที่ยังหลงรักเสียงเครื่องยนต์และการสับเกียร์เอง ช่วง 4-5 ปีหลังจากนี้ (จนถึงปี 2029-2030) อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ครอบครองรถใหม่ในสไตล์นี้จริงๆ  

     

    ดูเหมือนว่าเกียร์ธรรมดาของ BMW M จะยังมีลมหายใจต่อไปได้อีกสักพักใหญ่ๆ แม้จะต้องเจอกับอุปสรรคทั้งด้านวิศวกรรมและกฎหมายครับ จากข้อมูลล่าสุดในปี 2026 นี้ 

    1. การยืนยันจากผู้บริหาร (Update 2026)

     Sylvia Neubauer รองประธานของ BMW M ยืนยันว่าวิศวกรกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาทางออกให้เกียร์ธรรมดายังไปต่อได้ โดยเธอให้คำมั่นว่าจะมีโซลูชันออกมาแน่นอน เพื่อให้เกียร์ 6 สปีดสามารถรับมือกับแรงบิด (Torque) ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของเครื่องยนต์รุ่นใหม่ได้

    2. ข้อจำกัดที่ต้องแลก (The Compromise)

    ปัจจุบันเกียร์ธรรมดาของ BMW (รหัส GS6-L55TZ ผลิตโดย ZF) มีขีดจำกัดการรับแรงบิดอยู่ที่ประมาณ 550-600 นิวตันเมตร เท่านั้น ในขณะที่เกียร์ออโต้ไปไกลกว่านั้นมาก ทางออกที่ BMW อาจนำมาใช้คือ 

    Detuned Engine: การยอมลดพละกำลังลงในรุ่นเกียร์ธรรมดา (เหมือนที่ทำใน M2 หรือ M3 รุ่นเริ่มต้น) เพื่อให้เกียร์ไม่พัง

    Software Management: การใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการจ่ายกำลังในบางช่วงเกียร์เพื่อถนอมชุดเกียร์

    3. ตัวเลขยอดขายที่ยังค้ำคอ
    แม้ทั่วโลกคนจะนิยมเกียร์ออโต้ แต่ใน สหรัฐอเมริกา ยอดขายเกียร์ธรรมดาของ BMW M ยังแข็งแกร่งมาก แน่นอนว่า ยอดขาย M2 เกือบ 50% ในอเมริกายังเป็นเกียร์ธรรมดา ลูกค้า M3  ประมาณ 50%  ยังเลือกสับเกียร์เองตัวเลขนี้เองที่ทำให้ BMW ยังทิ้งเกียร์ธรรมดาไม่ลง เพราะถ้าเลิกทำ ยอดขายในตลาดใหญ่อย่างอเมริกาอาจหายไปเกือบครึ่งทันที

    4. เส้นตายปี 2029-2030
    จากแผนการผลิตปัจจุบัน คาดว่าเกียร์ธรรมดาจะอยู่คู่กับ M2 (G87) และ M4 (G82) ไปจนถึงวันสุดท้ายของการผลิต ซึ่งน่าจะอยู่ราวๆ ปี 2029 ครับ ส่วน M3 รุ่นถัดไป (G84) ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามชิ้นใหญ่ว่าจะมีที่ว่างให้แป้นคลัตช์หรือไม่ 

    ในอนาคต BMW M อาจจะนำเทคโนโลยี "เกียร์ธรรมดาจำลอง" (Simulated Manual) แบบที่ Toyota หรือ Hyundai กำลังพัฒนามาใช้กับรถ M พลังงานไฟฟ้า เพื่อรักษา "ความสนุก" ไว้ โดยที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องแรงบิดเชิงกลอีกต่อไป.  

    อาคม รวมสุวรรณ
    E-Mail [email protected] 
    Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom 
    https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/